กําลังจะเข้าสู่งานเลี้ยงเลือกชายา เพื่อสร้างเกียรติแก่ตระกูล ท่าน คิดว่าใครสําคัญกว่า” คําพูดนั้นเหมือนผ้าไหม แต่ห่อหุ้มคมเหล็ก
หลิว เหนียงหน้าเปลี่ยนสี นางรู้ดีว่าคือความจริง จ้าวเข่อหรันเอ่ย
ต่ออย่างแผ่วเบา
“อีกอย่าง…เรื่องผงบํารุงครรภ์ ท่านคิดว่าข้าไม่รู้หรือ
ร่างหลิว เหนียงเย็นเฉียบ เลือดในกายเหมือนแข็งตัว
“ข้า…ไม่เข้าใจ ท่านกล่าว”
“ไม่เข้าใจ?”
จ้าวเข่อหรันลุกขึ้นช้า ๆ
“เช่นนั้นข้าคงต้องทูลขอพระราชทานหมอหลวงมาตรวจร่างกายนาย
ท่านสักครั้ง เพื่อแสดงความกตัญญู”
หลิว เหนียงหน้าถอดสี รีบพยายามลุกจากเตียงแต่แรงพอ เกือบ ล้มลง หากผานเอ๋อร์ไม่ประคองไว้คงฟาดพื้นแล้ว
“คุณหนูใหญ่…โปรดหยุด”
จ้าวเข่อหรันหันกลับ ดวงตาใสบริสุทธิ์ราวน้ําค้าง
“หลิว เหนียง ข้าเป็นคนทําท่านแท้งมิใช่หรือ ไยต้องรั้งข้าไว้”
หลิว เหนียงรู้ว่าตนไร้ทางถอยแล้ว
“ท่านต้องการสิ่งใด จงกล่าวตรง ๆ เถิด
จ้าวเข่อหรันกลับมานั่งอีกครั้ง
“พรุ่งนี้ เพียงกล่าวว่าจ้าวอิงจงใจเหยียบชายกระโปรงข้า ทําให้ข้าล้ม
ไม่ว่าท่านเชื่อหรือไม่ นี่คือความจริง”
ตาคลอ
หลิว เหนียงหัวเราะยื่น
“ไม่ว่าข้าเชื่อหรือไม่ ก็ต้องทําเช่นนั้นอยู่ดีมิใช่หรือ”
จ้าวเย่อหวั่นถอนหายใจ
“ข้าไม่คิดเปิดโปงเรื่องท่าน หากท่านมีคิดใช้เรื่องนี้ต่อรอง”
น้ําเสียงนั้นมิใช่เยาะเย้ย หากแฝงความจริงใจจาง ๆ หลิว เหนียงน้ํา
“ข้าแก่แล้ว ความโปรดปรานของบุรุษยืนยาวเพียงใด หากไร้บุตร ข้า จะ