กความเห็นอีก นางเชื่อมั่น ครานี้จ้าวเข่อหรันไม่มีทางรอด ง่าย ๆ และหากกลับตาลปัตร ผู้เคราะห์ร้ายก็คงเป็นจ้าวอิง ไม่ว่าผู้ใดพลาด พลั้ง นางล้วนไม่เสียผลประโยชน์ เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบ จ้าวเข่อหรันก้าว ออกมา กล่าวกับจ้าว งอย่างหนักแน่น
จริง แต่”
“ท่านพ่อ เรื่องวันนี้เป็นอุบัติเหตุ ข้าเป็นผู้ผลักหลิวอี้เหนียงจนล้ม
“อะไรนะ! เป็นเจ้าหรือ!”
จ้าวชงตวาดลั่น สีหน้าเดือดดาล
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าตนทําสิ่งใดลงไป
“ท่านพ่อ โปรดฟัง าให้จบก่อนเถิดเจ้าค่ะ”
นํ้าเสียงของจ้าวเข่อหรันสงบนิ่ง เยือกเย็น มิได้สะทกสะท้านแม้ถูก กดดัน จ้าวชงแม้โกรธจัดก็ยังมีสติ นางเป็นถึงเหวินจวิ้นจี่ที่ฮ่องเต้ทรงแต่ง ตั้ง จะลงโทษส่งเดชย่อมมิได้
“ดี เจ้าพูดมา”
“ข้ายอมรับว่าผลักหลิว เหนียง แต่เพราะ”
“ท่านพี่ใหญ่! ผิดก็ยอมรับเสียเถิด อย่าแก้ตัวเลย!”
จ้าวอิงรีบตัดบท สีหน้าแฝงความร้อนรน จ้าวเข่อหรันเหลือบตา มอง พลางยิ้มเย็น
“น้องสาม ข้ายังมีทันพูด เหตุใดเจ้าจึงรีบร้อนนัก? หรือมีสิ่งใดอยู่ใน ใจจนทนฟังไม่ไหว?”
จ้าววงขมวดคิ้ว หันมองบุตรสาวคนเล็กด้วยแววตาสงสัย จ้าวถึงหน้า
ชีต แต่ยังฝันเสียงแข็ง
“ข้ามีอะไรต้องหวาดกลัวกัน!”
จ้าวเข่อหรันกล่าวต่ออย่างเรียบเฉย
“ที่ย้าลัม ก็เพราะน้องสาม ‘เผลอ’ เหยียบชายกระโปรงช้า ข้าจึงเสีย หลักและชนหลิวอี้เหนียง ข้าเชื่อว่านางมิได้ตั้งใจ
“ว่าอย่างไรนะ!”
จ้าวชงถลึงตาใส่จ้าวอิง
“เหลวไหล! ข้าไม่เคยเหยียบชายกระโปร