าหนักกว่าผู้อื่นหรือ?”
“แต่ข้าก็ไม่ต่างจากพวกนาง!” จ้าวอิงเถียง
“ข้าเป็นคุณหนูสามแห่งจวนไท่ซือ เหตุใดจึงไม่มีสิทธิ์?”
ถ้อยคํานั้นทําให้ทั้งโถงเงียบกริบ สายตาดูแคลนพุ่งใส่นางราวมีดคม ฉันเชียงเหอทนดูไม่ไหว ก้าวออกมา รอยยิ้มเย็นเฉียบ
“จ้าวอิง เจ้าคิดว่าตนคือใคร กล้าเอาตนไปเทียบกับเข่อหร้นและเย่อ เหริน? พวกนางเป็นบุตรภรรยาหลวง ส่วนเจ้า….ก็แค่บุตรอนเท่านั้น”
คําพูดแต่ละค่าราวเข็มทิ่มแทง
“คนในจวนเรียกเจ้าว่าคุณหนูสาม ก็เพราะให้เกียรติ หากพูดกันตาม จริง จวนไท่ซือไม่เคยมี คุณหนูสาม มีเพียง บุตรสาวคนที่สาม’ เท่านั้น”
ราวฟ้าผ่ากลางอก จ้าวอิงถึงกับตัวชา ความจริง ไม่อยากรับรู้ ถูกฉีก ออกมาต่อหน้าทุกคน นางกวาดตามองรอบโถง แม้แต่จ้าวหลินกับจ้าว เหมย ที่นางเคยมองข้าม ยังจ้องมาด้วยสายตาเหยียดหยาม ศักดิ์ศรีที่เหลือ อยู่แตกสลาย นางวิ่งหนีออกไป จางอี้เหนียงตามติดไปอย่างร้อนรน
โถงใหญ่กลับคืนสู่ความสงบ จ้าว งหันไปทางจ้าวเข่อหรันกับจ้าวเข่อ เหริน สีหน้ากลับอ่อนโยนดั่งบิดาผู้เปี่ยมรัก
เลิก”
“อีกสามวันเจ้าทั้งสองต้องเข้าวัง เตรียมตัวให้ดี งานครั้งนี้ไม่ใช่เรื่อง
สองพี่น้องค้อมศีรษะพร้อมเพรียง
“บุตรหญิงรับคําสั่งเจ้าค่ะ”
ภาพตรงหน้า บิดาเมตตา บุตรกตัญญู ช่างงดงาม แต่ในใจ จ้าวเข่อหวั่นกลับหัวเราะเย็น ลูกที่มีค่าใช้ประโยชน์เท่านั้นจึงคู่ควรกับความ รักของท่าน…จ้าวอิงไร้ค่า จึงถูกตบ นางกับเย่อเหรินมีโอกาสเป็นชาย