ไม่ว่าระหว่างทางจะโกลาหลเพียงใด ท้ายที่สุดการหมั้นหมายระหว่าง จ้าวเข่อเหรินกับหลินชีหร่านก็ถึงคราวสิ้นสุด ยามที่ข่าวนั้นแพร่เข้ามา จ้าวเข่อหรันกําลังเอนกายอ่านตําราอยู่ริมหน้าต่าง แสงอ่อนของบ่ายวันหนึ่ง ทอดลงบนหน้ากระดาษขาวสะอาด ดวงหน้าของนางสงบนิ่งราวมิได้สะทก สะท้านต่อสิ่งใด หลงเอ๋อร์ยืนอยู่เบื้องหน้า สีหน้าครึกครื้น ราวกับมีพลุไฟจุด อยู่ในดวงตา
“คุณหนูเจ้าคะ ท่านไม่รู้หรอก ตอนนั้นเพราะข่าวลือวุ่นวาย คุณหนู ถึงต้องถูกบีบให้ถอนหมั้น เปิดทางให้คุณหนูรองแทนที่ แต่ใครจะคิดเล่า ว่า วันนี้ก็เพราะข่าวลือเช่นกัน นางกลับต้องถูกถอนหมั้นเสียเอง ช่างเป็นเรื่องที่ ฟ้าลิขิตเสียจริง!”
จ้าวเข่อหรันเพียงยิ้มบาง วางตําราลงอย่างแผ่วเบา
“พอเถิต เรื่องของผู้อื่นอย่าใส่ใจนัก เขาจะเป็นอย่างไร หาเกี่ยวกับ เราไม่ เราเพียงดูแลตนเองให้ดีก็พอ”
หลงเอ๋อ ตอบรับ แม้ปากจะเอ่ย “เจ้าค่ะ” แต่ในใจกลับสะใจยิ่งนัก คิดเพียงว่าทุกสิ่งเป็นผลกรรมของคนบางคน จ้าวเข่อหรันมองนางแล้วได้ แต่ถอนหายใจเบา ๆ ความดีใจที่ปะทุแรงเกินพอดี บางครั้งก็เป็นเชื้อไฟที่ เผาตัวเองโดยไม่รู้ตัว ขณะนั้นเอง ชื่อเสียงรีบก้าวเข้ามา สีหน้าเคร่งเครียด ผิดปกติ จ้าวเบ่อหรันขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เกิดเรื่องอันใด เหตุใดเจ้าจึงรีบร้อนเช่นนี้?”
อเชียงไม่แม้แต่จะจัดท่าทางให้เรียบร้อย เอ่ยทันที
“คุณหนู รีบไปที่ห้องโถงเถิดเจ้าค่ะ นายท่านให้ท่านไปเดี๋ยวนี้ เห็นว่า ม