ีคนจากวังหลวงมา… คล้ายจะมีราชโองการ”
ค้าว่า “ราชโองการ” ทําให้บรรยากาศนิ่งงันไปชั่วขณะ จ้าวเข่อหรัน ชะงักเล็กน้อย แต่แล้วรอยยิ้มบางก็ปรากฏที่มุมปาก นางนึกถึงคําพูด ของฮือกูชวี่ในคราวก่อน และพอจะเดาได้ว่าราชโองการครั้งนี้เกี่ยวข้องกับสิ่ง
ได
แทนที่จะร้อนรน นางกลับลุกขึ้นอย่างสงบ ค่อย ๆ จัดชายแขนเสื้อ เกล้าผมให้เรียบร้อย ท่วงท่าผ่อนคลายราวกับจะไปชมดอกไม้ มิใช่ไปรับพระ ราชโองการ แม่นมเยว่เห็นแล้วใจแทบจะหลุดออกจากอก
“คุณหนูเจ้าคะ นั่นราชโองการนะเจ้าคะ จะปล่อยให้รอได้อย่างไร!”
จ้าวเข่อหรันหัวเราะเบา ๆ
“อย่าตระหนกไปเลย ราชโองการไม่อาจมีขาเดินหนีเราได้”
คําพูดนั้นทําเอาแม่นมเยว่ แทบจะทรุด ความคิดในใจร้องครวญ ราช โองการย่อมไม่หนี แต่ปล่อยให้ราชโองการรอ ก็มิใช่เรื่องที่ผู้ใดกล้าทํา! ไม่ นานนัก จ้าวเข่อหรันก็มาถึงห้องโถง ในนั้นแน่นขนัดไปด้วยผู้คน จ้าวชง ภรรยา บรรดาพี่น้องสตรี และเหล่าอนุภรรยา ทุกคนพร้อมหน้า เว้นเพียง จ้าวเข่อเฟิงที่ยังอยู่ในสํานักศึกษา ทันทีที่จ้าวเข่อหวั่นก้าวเข้ามา หลี่เฉวียน ก็รีบก้าวออกมาต้อนรับ โค้งค้านับอย่างนอบน้อม
“บ่าวถวายบังคมเหวินจวิ้นจู่
จ้าวเข่อหรันรีบยกมือรับอย่างสุภาพ
“กงกงเกรงใจเกินไป ข้าจะรับไหว้ท่านได้อย่างไร”
หลี่ฟูเฉวียนยิ้มอ่อน
“พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งท่านเป็นจวิ้นจี่ บ่าว
ค้านับท่านย่อมเป็นสิ่งสมควร”
คําพูดนั้นทําให้ทั้งห้องโถงเงียบงัน จ้า