หลินหีหร่านเฝ้ารอคอยด้วยความหวังอันริบหรี่ หวังเพียงว่ากระแส คําครหาที่โหมกระหน่ําอยู่ในเมืองหลวงจะค่อย ๆ ชาลงไปตามกาลเวลา เขา ปลอบใจตนเองว่าเรื่องทุกอย่างย่อมมีวันเลือนหาย ผู้คนย่อมลืมเลือนข่าว
ฉาวได้ในที่สุด
ทว่า ฟ้าดินกลับไม่เข้าข้างเขาเลยแม้แต่น้อย วันแล้ววันเล่า ข่าวลือมี
ได้จางหาย กลับยิ่งปะทุรุนแรง ราวกับมีผู้คอยสุมฟันใส่กองไฟไม่หยุด เปลว เพลิงแห่งถ้อยคําเสียดแทงลามไปทั่วตรอกซอกซอยของเมืองหลวง จาก
เรือนคหบดีไปจนถึงหอสุรา แม้แต่ในงานเลี้ยงของบรรดาขุนนางก็ยังมีคน กระชิบกระชาบถึงเรื่องนั้น
หลิน หร่านร้อนใจ งม ใ กระทะเหล็ก แต่กลับไร้หนทางแก้ไข เขา รู้ดี หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจ้าวเย่อเหริน คงพังทลายอย่างไม่อาจกอบกู้
ทว่า สําหรับอีกฝ่ายหนึ่ง จ้าวเย่อเหริน กลับเป็นเรื่องที่น่าชื่นใจอย่าง ยิ่ง นางเป็นผู้วางหมากนี้ด้วยมือตนเอง จุดประสงค์มีเพียงหนึ่งเดียว ถอน หมั้น ยิ่งข่าวลือโหมแรงเท่าใด นางยิ่งยิ้มได้กว้างขึ้นเท่านั้น เพราะมันหมาย ความว่านางเข้าใกล้เสรีภาพไปอีกก้าว อีกทั้งเสียงเล่าลือยังเอนเอียงไปทาง
เดียว ผู้คนต่างเห็นใจนาง ว่านางคือหญิงสาวผู้ถูกทําร้าย ถูกหยามศักดิ์ศรี
ต่อหน้าธารก้านัล
นางจิงกลายเป็น “ผู้ถูกกระทํา” ที่งดงามในสายตาคนทั้งเมือง
เช้าวันหนึ่ง ท้องฟ้าแจ่มใส แสงแดดอ่อนละมุนพาดผ่านต้นหลิวใน สวนเชี่ยอวี่หยวน ลมบางเบาพัดกลิ่นบุปผาโชยมาจาง ๆ จ้