าวเข่อเหรินเดิน ทอดน่องอยู่ในสวน ใบหน้ายิ้มละไม ความสุขฉายชัดอยู่ในดวงตา เสียนถั่ว สาวใช้คนสนิท เห็นนายหญิงอารมณ์ดีเช่นนี้ ก็อดหยอกไม่ได้
“คุณหนู ช่วงนี้ท่านดูสดใสเป็นพิเศษจริง ๆ นะเจ้าคะ เห็นทีจะเป็นคํา ว่า ‘คนมีเรื่องน่ายินดี จิตใจก็ผ่องใส’ กระมัง
จ้าวเย่อเหรินเหลือบตามองนาง แสร้งทําเสียงดุเบา ๆ แต่แววตา
กลับไม่ซ่อนความพอใจ
“เจ้านี่ก็ช่างพูดนัก ระวังปากหน่อยเถอะ”
เสียนลั่วหัวเราะคิกคัก
“คุณหนูอารมณ์ดีเป็นเรื่องที่มิใช่หรือเจ้าคะ แปลว่าความปรารถนา
ใกล้จะเป็นจริงแล้ว”
รอยยิ้มของจ้าวเข่อเหรินยิ่งลึกขึ้น แม้ปากไม่เอ่ย แต่สีหน้ากลับเผย
ความปีติอย่างปิดไม่มิด เสียนอวินอีกคนรีบเสริม
“ตอนนี้ข่าวลือสะเทือนทั้งเมือง เพียงรอเวลาเท่านั้น งานหมั้นย่อม ต้องยกเลิก ถึงตอนนั้นคุณหนูก็จะได้อยู่เคียงข้างองค์รัชทายาทอย่างเปิด เผยเสียที”
คําว่า “องค์รัชทายาท” ทําให้แก้มของจ้าวเย่อเหรินระเรื่อ นางก้มหน้า ลงเล็กน้อย แสร้งอาย
“ทุกอย่างกําลังเป็นไปตามที่คาดไว้”
เสียนลั่วกล่าวอย่างภูมิใจ
“ต้องยกความดีให้นายท่านกับฮุนยืนด้วยนะเจ้าคะ หากมิใช่เพราะ ท่านทั้งสองช่วยหนุนหลัง เรื่องคงไม่ราบรื่นเพียงนี้”
จ้าวเย่อเหรินพยักหน้า
“หากข้าอยู่ลําพัง ย่อมทําไม่ได้ถึงเพียงนี้”
แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่ลึกในดวงตานางกลับมีประกายแห่งความ ทะเยอทะยานแฝงอยู่ ทว่าความสุขของนางมิได้ไร้เงา
“แต่ตราบใดที่ยังมิได้ถอนหมั้นอย่างเป็นทางกา