้ามีเวลาคิดเรื่องของคนอื่น ก็เพราะข้ามั่นใจในท่านต่างหาก เชื่อ ว่าท่านจะสร้างอนาคตของเราได้แน่นอน”
เอ็นดู
หัวใจชายหนุ่มแข็งดั่งเหล็กยังอ่อนยวบเป็นน้ํา เขาลูบศีรษะนางอย่าง
“ยังจะบอกว่าไม่ใช่แมวอีกหรือ ดูสภาพเจ้า
จ้าวเข่อหรันหัวเราะพลางซุกหน้าแนบอกเขา
“ถ้าอย่างนั้น ข้าก็จะเป็นแมวของท่านคนเดียว”
คําพูดนั้นหวานล้ําา ราวหยดน้ําผึ้งหยดลงกลางหัวใจ ค่ําคืนเงียบสงบ เต็มไปด้วยความสุขที่ไม่ต้องเอื้อนเอ่ย แต่ในอีกฟากหนึ่งของเมืองหลวง ความสงบนั้นไม่มีอยู่จริง ข่าวลือเรื่องหลินซีหร่านกับจ้าวเข่อเหรินลุกลามยิ่ง กว่าไฟป่า คราวนี้หนักหนากว่าครั้งก่อนเสียอีก จนแม้แต่จวนจงอี้โหวก็สั่น
คลอน
ในห้องโถงใหญ่ของจวน ท่านโหวหลินจื้อ ยืนหน้าดําทะมึน เบื้อง หน้าคือบุตรชาย หลิน หร่าน คุกเข่าเงียบงัน ข้าง ๆ คือหลินโจวชื่อ สีหน้า
กังวลแต่ไม่กล้าเอ่ยค้า
“เพียะ!”
เสียงตบดังสนั่น ฝ่ามือหนักหน่วงฟาดลงบนใบหน้าบุตรชายจนร่าง เชเกือบล้ม หลิน หร่านกัดฟันแน่น ไม่เอ่ยแม้เสียงครวญ ท่าน โหวหลินจื้อยกมือขึ้นอีกครั้ง
“ท่านโหว หยุดเถิด!
หลินโจว อรีบเข้าขวาง
“ไม่ แล้วมันจะสํานึกหรือ?”
เสียงท่านโหวหลินจื้อดังก้อง
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าลูกชายเจ้าทําเรื่องดีงามเพียงใด!
หลินซีหร่านเงยหน้าขึ้น
“ท่านพ่อ ข้าไม่ได้ตั้งใจ เรื่องมันบานปลายเอง ข้าไม่ได้คิดทําร้าย กับเย่อเหรินนะขอรับ”
“ไม่ได้ตั้งใจ?”
ท่านโหวหลินจื้อหัวเราะเย็น
“แค่ไม่ได้ตั้งใจยั