นแมว!”
นางทุบอกเขาเบา ๆ อย่างเขินอาย แรงนั้นเบาจนคล้ายเกาคิน เขา
หัวเราะเสียงต่ําา
ชีวิต”
“เอาล่ะ เจ้าเป็นแมว ข้าก็เป็นแมว เช่นนั้นเราก็เป็นคู่แมวกัน”
“ใครจะเป็นคู่กับท่าน!
ใบหน้านางแดงจัด
“ไม่รู้จักอายบ้างหรือ”
“อายทําไม” เขาก้มกระชิบข้างหู
“เจ้าคือของข้า ข้าคือของเจ้า เราสองคนถูกลิขิตให้เดินเคียงกันทั้ง
ถ้อยคําเรียบง่าย แต่หนักแน่นดั่งคําสาบานใต้ฟ้า ครู่หนึ่ง นางจิงนิก
งั้นได้
“วันนี้… อเชียงเป็นคนไปบอกท่านใช่หรือไม่”
เหตุการณ์บ่ายวันนี้ แทบไม่มีใครรู้ มารดานางย่อมสั่งปิดข่าวแน่น
หนา ผู้เดียวที่ทั้งรู้ ทั้งกล้าส่งข่าว ก็คือชื่อเชียง
“ใช่” เขาพยักหน้า “นางเป็นห่วงเจ้า”
แล้วเอ่ยกลั้วหัวเราะ
“ดีที่นางบอก ไม่เช่นนั้นคืนนี้คงไม่มีใครปลอบเจ้า
“ท่านนี่!”
นางถลึงตาใส่เขา เขารีบยกมือยอมแพ้
“ได้ ๆ ข้าผิดเอง เจ้าเข้มแข็งเช่นนี้ มีหรือเรื่องแค่นั้นจะล้มเจ้าได้ ข้า
ๆ
เพียงมาดูเจ้าเท่านั้น”
นางหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นรอยยิ้มกลับมา เขาจึงถอนใจ เบา ๆ ในที่สุด สิ่งที่เขากลัวไม่ใช่เสียงร้องไห้ แต่คือความเงียบที่กดทับใจ นาง ผ่านไปครู่หนึ่ง จ้าวเข่อหรันเอ่ยเสียงแผ่ว
“หวี่…ระหว่างท่านกับข้า ใครกันแน่ที่โชคร้ายกว่า”
เขาเลิกคิ้ว นางยิ้มจาง ๆ แฝงรสขม
“ท่านไม่มีพระมารดาตั้งแต่เยาว์วัย ข้าแม้มีบิดามารดา แต่ในสายตา พวกเขา มีเพียงจ้าวเย่อเหรินเท่านั้น เราสองคน….คงไม่มีวาสนากับความรัก จากพ่อแม่กระม