หากจะกล่าวว่า หลิวอี้เหนียง คิดร้ายต่อ ชุน เหนียง ก็ใช่ว่าจะเป็น ไปไม่ได้เลย ในจวนไท่ซือนี้ มีเพียงชุน เหนียงผู้เดียวที่ให้กําเนิดบุตรชายได้ หลิวอี้เหนียงทุ่มเททุกวิถีทางกว่าจะตั้งครรภ์ได้ ทว่าสุดท้ายกลับแทบจะสูญ
เสียลูกในท้อง ความริษยาจึงกัดกินหัวใจราวหนามพิษ นางคิดป้ายความผิด ให้ชุนอี๋เหนียง ก็ใช่ว่าจะเกินความคาดหมาย
เมื่อครุ่นคิดจนทะลุปรุโปร่ง จ้าวเข่อหรันแย้มยิ้มบาง
“ดูท่าหลิว เหนียงจะเลือกชุน เหนียงเป็นเป้าแล้ว”
ฉันเชียงเอ่ยถามอย่างระวัง
“คุณหนู เช่นนั้นพวกเราจะทําอย่างไรดีเจ้าคะ?”
จ้าวเข่อหรันนิ่งคิด ก่อนลุกขึ้น
“ฉันเชียง ชื่อเชียง ไปเถิด เราจะไปสวนสุยเฟิง ไปเยี่ยมชน
เหนียงเดี๋ยวนี้”
ชุน เหนียงปฏิบัติต่อนางด้วยใจจริง และยังมีเฟิงเอ๋อร์คอยผูก สัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง นางจะปล่อยให้คนบริสุทธิ์ถูกใส่ร้ายได้อย่างไร ทว่า ชือเสียงกลับทักขึ้นเบา ๆ
“คุณหนู เพิ่งกลับจากวัด ว่านยัน ยังมิได้ไปคารวะยูหยิน หยกไป สวนสุยเฟิงก่อน เกรงว่าจะไม่เหมาะสมเจ้าค่ะ”
จ้าวเข่อหรันตบหน้าผากตนเองเบา ๆ
“จริงสิ ข้าลืมเสียสนิท”
ในจวนหลังใหญ่ ทุกย่างก้าวล้วนต้องระวัง หากพลาดแม้แต่น้อย ก็ อาจถูกยกเป็นข้ออ้างให้ก่อคลื่นลมได้
“เช่นนั้นก็ไปเรีอนชิงเหอก่อน
“ฉันเชียง เจ้าล่วงหน้าไปแจ้งซุน เหนียง บอกว่ามื้อกลางวันข้าจะไป สนทนาด้วย หากนางสะดวก”
ทุกอย่างจัดการเรียบร้อย จ้าวเข่อหวั่นจึงมุ่งหน้าไปเรือนชิงเหอ ภาย
ในเรือน ฉ