นอ้น ตําหนิอ้อม ๆ ว่าไม่ควรค้างคืนหลายวัน โดยเฉพาะยามนี้ที่ฐานะเปลี่ยนไปแล้ว ต้องระวังคําครหา จ้าวเข่อหรันยิ้ม ละมุน รับค้าอย่างคลุมเครือ ในใจกลับขมปร่า เมื่อก่อน นางค้างคืนกี่วันก็ไม่ มีผู้ใดใยดี วันนี้เพียงเพราะเป็นจวิ้นจี่ ความห่วงใยจึงปรากฏ นางเอ่ยอย่าง
สุภาพ
สุด
“ขอบคุณท่านแม่ที่เป็นห่วง”
ดวงตาเย็นเยียบดุจหยดน้ําแข็งใต้รอยยิ้ม ฉันเชียงเหอเอ่ยขึ้นในที่
“ใกล้มื้อกลางวันแล้ว วันนี้อยู่ทานกับแม่เถิด”
น้ําเสียงคล้ายเมตตา หากแฝงคําสั่งมีอาจปฏิเสธ จ้าวเข่อหร้นวาง
ถ้วยชาเบา ๆ
เจ้าคะ”
“บุตรนัดชุน เหนียงไว้แล้ว เกรงจะเสียมารยาท
สีหน้าฉันเชียงเหอพลันเคร่งขรึม
“เลื่อนเสีย”
นํ้าเสียงสั้น แข็ง เย็น
ท่านแม่”
จ้าวเข่อหรันเอ่ยช้า ๆ
“คนเราควรรักษาคําาพูด มิใช่หรือเจ้าคะ”
ฉันเชียงเหอ กสีหน้า
“เจ้าจะเลือกคนนอก มากกว่ามารดาตนเองหรือ”
คําว่า “คนนอก” เสียดแทงเหมือนมีดคม จ้าวเข่อหรันยกยิ้มบาง
“ทุกคนล้วนอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ไฉนต้องแบ่งในแบ่งนอกด้วยล่ะ
ความนิ่งสงบของนางยิ่งทําให้ไฟโทสะของอีกฝ่ายลุกโชน
“ข้าสั่งให้เจ้าอยู่!”
“ข้าตอบไปแล้ว”
เสียงนางไม่ด้ง ไม่กระแทก แต่หนักแน่นดุจศิลา ฉินเชียงเหอหัวเราะ
อย่างเย็นชา
“ดี…ดีเหลือเกิน นี่หรือบุตรสาวของข้า เห็นคนอื่นสําคัญกว่ามารดา”
จ้าวเข่อหรันเงยหน้าขึ้น ดวงตาสงบลิก
“ท่านแม่…ข้าเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง ข้าก็มีหัวใจ มีความต้องการจะ
ได้รับความรัก”
คําพูดแต่ละค้าเ