ทั้งสองคุกเข่าสักการะอย่างสงบ หลังปักธูปแล้ว ฮือกูชวี่ก็พานางมายืนตรงหน้าป้ายวิญญาณ เขายิ้มอย่างอ่อนโยน
เสด็จแม่ ท่านดูสิ นี่คือ ลูกสะใภ้ของท่าน ข้าเป็นคนเลือกด้วยตัว เอง เป็นอย่างไร นาง ใช่หรือไม่?”
กล่าว
ใบหน้าของจ้าวเข่อหรันแดงเรื่อทันที แต่นางก็ยังยิ้มอย่างสุภาพแล้ว
“ถวายพระพรพระสนมกุ้ยเฟยเพคะ หม่อมฉันนานจ้าวเข่อหรัน เข้า
ถวายคารวะพระสนม
ฮือกูชวี่ขมวดคิ้วทันที
“เจ้าจะเรียกพระสนมกุ้ยเฟยทําไม เจ้าควรเรียกเหมือนข้า ว่า เสด็จ
แม่ ต่างหาก”
จ้าวเข่อหรันถลึงตาใส่เยา
“ท่านยังกล้าพูดอีกหรือ เมื่อใดกันที่ข้าตกลงเป็นภรรยาท่าน?”
ชือ ชวี่ มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะดึงนางเข้ากอดทันที
“เจ้าจะยอมหรือไม่ก็สายไปแล้ว จูบก็จูบแล้ว กอดก็กอดแล้ว หากเจ้า
ไม่แต่งกับข้า เจ้าจะไปแต่งกับผู้ใดได้อีก?”
ชีวิต”
จ้าวเข่อหรันทั้งอายทั้งโมโห
“อือกูชวี่ ท่านช่างเป็นคน หน้าด้าน จริง ๆ”
ฮือกูชวี่กลับหัวเราะ
“เจ้าพูดถูกแล้ว ข้านี่แหละหน้าด้าน และจะหน้าด้าน เกาะเจ้าไปทั้ง
เขาก้มศีรษะลง หน้าผากแนบหน้าผาก ปลายจมูกแตะปลายจมูก ลม หายใจของทั้งสองพันเกี่ยวกันอย่างใกล้ชิด บรรยากาศพลันอบอวลไปด้วย ความก้ากวมชวนใจเต้น ใบหน้าของจ้าวเข่อหรันแดงก๋า หัวใจเต้นรัว ผ่านไป ครู่หนึ่ง ซ๊อกูล จึงยอมปล่อยนาง จ้าวเข่อหรันยังคงหน้าแดง นางจ้องเขา
เยมิง
“เจ้าคนไร้ยางอาย เจ้ารู้หรือไม่ว่าสถานที่นี้คือที่ใด เสด็จแม่ของเจ้ายัง อยู่ตรงนี้นะ!”
ชือกูชวี่ย