บ สีหน้าซีดเผือด นางรู้ดี ว่าตอนนั้นเป็นตนเองที่ กดดันให้เปลี่ยนคู่หมั้น หากไม่ใช่เพราะนาง สามีคงไม่ยอม ที่แท้…นางเอง ต่างหากที่พลาด ยิ่งนึกถึงงานวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าฉินแล้ว ยิ่งเจ็บปวด ภาพวาดปลอมที่จ้าวเข่อเหรินมอบให้ ทําให้นางถูกเย้ยหยันทั้งเมือง ความ อับอายนั้นยังร้อนผ่าวในอก แต่บัดนี้…จะถอยก็สายไปแล้ว หลินจื้อยิ่งพูดยิ่ง
เดือด
“ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า วันนี้ลูกสะใภ้ของข้าก็คือขึ้น! เจ้ารู้หรือไม่ว่านั่น หมายถึงเกียรติยศเพียงใด!”
หลินชีหร่านที่ยืนฟังอยู่เริ่มทนไม่ไหว
“ท่านพ่อ ข้าไม่เข้าใจเลย ท่านโกรธเรื่องใดนักหนา? นางได้เป็นจวิ้นจี่ แล้วอย่างไร เกี่ยวอะไรกับพวกเรา?”
คําตอบนั้นเหมือนสาดน้ามันลงกองไฟ
“เกี่ยวอย่างไรหรือ?”
ท่านโหวหลินจื้อค้าราม
“ถ้าไม่ถอนหมั้น วันนี้เจ้าคือว่า จวิ้นหมา! ที่สําคัญ นางได้รับความ โปรดปรานจากฮ่องเต้ นั่นคืออนาคตที่เปิดกว้าง เจ้าเข้าใจหรือไม่!”
หลิน หร่านกลับยกคางขึ้นเล็กน้อย
“ข้าไม่เสียดาย ข้ารักเย่อเหริน นางงดงาม ทั้งโฉมและความสามารถ จ้าวเย่อหวั่นเทียบนาง ไม่ได้เลย ฮ่องเต้เพียงยังไม่เคยเห็นเย่อเหรีนเท่านั้น
หากได้พบ ย่อมรู้ว่านางล้ําค่ากว่า”
คําพูดนั้นทําให้บิดาถึงกับหัวเราะเยาะด้วยความโกรธ
“เจ้าคิดว่าตนเองสําคัญนักหรือ? ตอนนี้จ้าวเข่อหวั่นเป็นจวิ้นจู่แล้ว
ต่อให้เจ้ากลับใจ นางก็อาจไม่แลเจ้าแม้หางตา!”
หลินหีหร่านยังยืนหยัด
“ข้าก็ไม่แลนางเช่นกัน”
ความดื้อ