ยามเช้า หลังรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว จ้าวเข่อหรันจึงเดิน ทางไปยัง เรือนชิงเหอ เพื่อเข้าพบฉินเซียงเหอ พร้อมกล่าวถึงความตั้งใจ ของตน นางอยากไปพานักที่ วัดว่านอ้น สักสองสามวัน เพื่อสักการะขอพร และทําบุญสะเดาะเคราะห์ เมื่อได้ยินดังนั้น ฉินเซียงเหอก็อดประหลาดใจไม่
ใต้
“เข่อหรัน เจ้าจะไปวัดว่านอันตอนนี้จริง ๆ หรือ? เมื่อวานเจ้าพึ่งกลับ มาแท้ ๆ ยังไม่ทันได้พักให้หายเหนื่อยเลย จะรีบร้อนออกเดินทางไปไย? ไม่รู้ พักอีกสองสามวันแล้วค่อยไปดีหรือไม่?”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง สีหน้าอ่อนโยน
ท่านแม่ ครั้งนี้ที่ลูกได้รับการสถาปนาเป็นจวิ้นจี่ ก็ล้วนเพราะบุญ กุศลคุ้มครองจากพระโพธิสัตว์ ควรต้องไปกราบขอบคุณท่านเสียหน่อย”
ฉันเชียงเหอพยักหน้า
“เรื่องนั้นแม่ก็รู้ แม่มีได้ห้ามเจ้าจะไป เพียงแต่เจ้าเพิ่งกลับถึงจวน แม่ เกรงว่าเจ้าจะเหนื่อยเกินไป หากจะไปจริง ๆ อีกสองสามวันค่อยไปก็ยังไม่
สาย
นางคิดว่าตนก็เพียงเป็นห่วงร่างกายของบุตรสาว อีกทั้งเลื่อนออกไป สองสามวันก็มิได้ต่างอะไร คําพูดนี้ฟังดูสมเหตุสมผลนัก ทว่าจ้าวเข่อหวั่น กลับไม่เห็นพ้อง หลังฟังคําเกลี้ยกล่อมของมารดา นางเพียงยิ้มอ่อนก่อน กล่าวต่อ
“ท่านแม่ก็ทราบดี ลูกได้รับพระราชทานตําแหน่งจวิ้นคู่มาพักหนึ่ง แล้ว ก่อนหน้านี้ยังอยู่ที่จวนเจิ้นเป่ยโหว หากจะออกไปวัดว่านอันย่อมไม่ สะดวก จึงต้องเลื่อนมาจนบัดนี้ บัดนี้ลูกกลับมาที่จวนตระกูลแล้ว หากยัง ผัดวันไปอีก ก็เ