นนั้นแม่จะสั่งคนไปจัดเตรียมขบวนให้
เพราะตอนนี้จ้าวเข่อหรันมิใช่เพียงคุณหนูใหญ่แห่งจวนไท่ชื่ออีกต่อ
ไป แต่ยังเป็น เหวินจวิ้นจู่ ผู้มีศักดิ์เป็นถึงขุนนางชั้นหนึ่งแห่งราชวงศ์ต้าลี่ ดังนั้นการออกนอกจวนของนาง ย่อมต้องมีขบวน มีพิธีการ และผู้ติดตาม อย่างสมเกียรติ ฉินเสียงเหอจึงอยากให้เลื่อนเวลาออกไป เพื่อจะได้จัดการ ทุกอย่างให้สมฐานะ แต่ทันทีที่เห็นมารดาเริ่มเตรียมการ จ้าวเข่อหรันก็รีบ
เอ่ยห้าม
ท่านแม่ ไม่ต้องจัดเตรียมมากมายหรอกเจ้าค่ะ ลูกเพียงพาสาวใช้ไป คนเดียวก็พอ”
ฉินเชียงเหอขมวดคิ้วทันที
“จะเป็นไปได้อย่างไร! เจ้าต้องรู้ว่า ตอนนี้เจ้าไม่ใช่เพียงคุณหนูใหญ่ ของจวนไท่ชื่อแล้ว แต่เป็น เหวินจวิ้นจี่ระดับชั้นหนึ่ง”
จ้าวเข่อหรันหัวเราะเบา ๆ
“ท่านแม่ นั่นก็เป็นเพียงตําแหน่งหนึ่งเท่านั้น อีกอย่าง ลูกไปกราบ พระ มิใช่ไปอวดโอ่ หากพาคนไปมากมายเกินไป คงไม่เหมาะนัก วัดเป็น สถานที่สงบ หากขบวนใหญ่โตไปรบกวนความสงบของพระโพธิสัตว์ เกรงว่า
จะไม่ดี”
ฉินเชียงเหอคิดตามแล้วก็เห็นว่ามีเหตุผล จึงจ๋าต้องพยักหน้า
“เอาเถิด เช่นนั้นเจ้าก็ระวังตัวให้ดี และรีบกลับมา เข้าใจหรือไม่”
จ้าวเข่อหรันทําความเคารพอย่างนอบน้อม
“ท่านแม่วางใจ อีกห้าวันลูกก็จะกลับมา”
หลังออกจากเรือนชิงเหอ จ้าวเข่อหรันก็กลับไปยัง สวนชุนฮุย ตั้งแต่
เช้า นางก็จัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว แม้เมื่อครู่ แม่นมเยว่ จะพยายาม เกลี้ยกล่อมอยู่นาน แต่นางก็เพ