”
คําสัญญานั้นทําให้เสียนอวิ๋นหัวใจพองโต แม้สีหน้ายังคงสุภาพอ่อน
น้อม ทว่าในแววตากลับฉายแสงทะเยอทะยานอย่างมิอาจปิดบัง
เสียนลั่วเห็นท่าทางนั้น ก็ไม่ยอมปล่อยให้คู่แข่งโดดเด่นอยู่ฝ่ายเดียว รีบเอ่ย ขึ้นทันที
“คุณหนู แล้วเรื่องที่พวกเราจะใช้เด็กในครรภ์ของหลิวอี้เหนียง ใส่ ร้ายคุณหนูใหญ่ ยังจะดําเนินต่อหรือไม่เจ้าคะ?”
เยียบ
รอยยิ้มบนใบหน้าของจ้าวเข่อเหรินค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเย็น
“ทําสี เหตุใดจะไม่ทํา
ๆ
นางหัวเราะแผ่วเบา ดวงตาเย็นเฉียบราวนํ้าค้างกลางเหมันต์
“โอกาสเช่นนี้มิได้มีบ่อยนัก บัดนี้จ้าวเข่อหรันกําลังรุ่งโรจน์ ข้าก็อยาก ให้นางลิ้มรสบ้าง ว่าความรู้สึกจากสวรรค์ร่วงหล่นลงสู่เหวลึกนั้นเป็นเช่นไร”
เสียนรั่วเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
“แล้วพวกเราจะลงมือเมื่อใดดีเจ้าคะ”
“ไม่ต้องรีบร้อน”
จ้าวเย่อเหรินหัวเราะเบา ๆ
“ครรภ์เพิ่งสามสี่เดือนเท่านั้น บิดายังมิได้ผูกพันมากนัก รอให้ทุกคน รักใคร่และคาดหวังในเด็กคนนั้นมากกว่านี้ก่อน”
นางหยุดครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ําเสียงเรียบเย็น
“พอถึงเวลานั้น…ค่อยลงมือ
“ลงมือเพียงครั้งเดียว ให้เจ็บ เจ็บจริง”
ถ้อยคําฟังดูนุ่มนวล หากแต่แฝงพิษร้ายอย่างยิ่ง คืนนั้น คนทั้งจวน ใหญ่ร่วมโต๊ะอาหารกันอีกครา และจ้าวซึ่งก็ประกาศข่าวสําคัญ จ้าวเข่อหรัน ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็น จวิ้นจี่ แม้บนใบหน้าของพี่น้องหญิงแต่ละ คนจะประดับรอยยิ้มแสดงความยินดี แต่รอยยิ้มนั้นกลับแข็งกระด้าง