เมื่อกลับถึง เรือนชิงเหอ ฉันเชียงเหอก็รู้สึกอ่อนล้าไม่น้อย ทั้งวันเต็ม ไปด้วยพิธีรีตองและรอยยิ้มที่ต้องประคองไว้ไม่ให้หลุด ภายใต้การปรนนิบัติ ของแม่นมฉิน นางล้างหน้าเปลี่ยนอาภรณ์อย่างเรียบง่าย ตั้งใจจะเอนกาย พักสักครู่ ค่ําคืนนี้ทั้งจวนจะร่วมโต๊ะอาหาร อีกทั้งยังมีเรื่องสําคัญ ของเข่อหรันที่ต้องประกาศต่อหน้าทุกคน
ทว่านางเพิ่งจะนั่งลงได้ไม่นาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบา ๆ
“ฮูหยินเจ้าคะ คุณหนูรองมาขอพบเจ้าค่ะ รออยู่ที่ห้องรับแขกด้าน
ข้าง บอกว่ามีเรื่องสําคัญจะหารือ”
ฉินเชียงเหอชะงักเล็กน้อย
“เรื่องสําคัญหรือ”
เพิ่งกลับถึงจวนแท้ ๆ ยังไม่ทันได้พัก เข่อเหรินก็รีบร้อนมาหา ดูท่า
จะมีเรื่องหนักอกจริง ๆ
“เชิญนางดื่มชาก่อน ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
ไม่นาน ฉันเชียงเหอก็เดินไปยังห้องรับแขก ภายในห้อง จ้าวเย่อเห รินนั่งหลังตรง มือกําาชายกระโปรงแน่น สีหน้าร้อนรนยากจะปิดบัง นางรู้ดี ว่าการมาหาท่านแม่ในเวลานี้ไม่เหมาะนัก แต่เรื่องนี้…นางไม่อาจรอได้อีก
บัดนี้ จ้าวเข่อหรันได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ “เหวินจวิ้นจี่” แล้ว ตําาแหน่งนั้นราวคมมีดบาง ๆ กรีดอยู่กลางอกของนางทุกลมหายใจ หากคิด จะก้าวข้ามพี่สาวให้ใด้ นางมีเพียงหนทางเดียว ต้องคว้า “เขา” มาไว้ข้างกาย แต่บัดนี้นางยังมีคู่หมั้นอยู่ จะปีนขึ้นไปแตะต้องบุรุษผู้นั้นได้อย่างไร ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องท้า คือ ถอนหมั้น
ทว่าการถอนหมั้นเช่นนี้ นางไม่อาจทําได้ด้วยตนเอง