ก่อนหน้านี้ที่ จวนเจิ้นเป่ยโหว นางก็อยากเอ่ยกับมารดา แต่คนมาก หูมาก กําาแพงยังมีหู นางจึงต้องอดทนจนกลับถึงจวนใทีชือ เย่อเหรีนสูดลมหายใจลึก พยายาม ทบทวนคําพูดในใจช้ําแล้วซ้ําเล่า เพราะครั้งหนึ่ง…นางเคยบอกมารดาว่า นาง ชื่นชอบ หลินชื่อจื่อ วันนี้กลับต้องมาบอกว่า นางไม่ต้องการเขาแล้ว มารดา…จะยังยอมช่วยนางหรือไม่
“เย่อเหริน เหม่ออะไรอยู่”
เสียงของฉินเชียงเหอทําให้นางสะดุ้ง
“เจ้าคะ? อ๋อ…ท่านแม่มาแล้ว”
ฉินเสียงเหอขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เป็นอะไร สีหน้าเช่นนี้ มีเรื่องใดก็พูดมาเถิด”
เย่อเหรินยิ้มกลบเกลื่อน
“ลูกมีเรื่องอยากขอท่านแม่เจ้าค่ะ….เรื่องสําคัญมาก”
“สําคัญเพียงใด ถึงรีบร้อนมาถึงขั้นนี้
“สําคัญต่อชีวิตของลูกเจ้าค่ะ”
ฉันเชียงเหอเห็นลูกสาวเคร่งเครียดเช่นนั้น ใจก็เริ่มหนักอึ้ง
“พูดมาเถิด หากแม่ช่วยได้ แม่ย่อมช่วย
เย่อเหรินกวาดตามองรอบห้อง ก่อนเอ่ยเสียงเบา
“ลูกอยากคุยกับท่านแม่เพียงสองคนได้หรือไม่เจ้าคะ”
ไม่นาน คนรับใช้ทั้งหมดก็ถูกสั่งให้ออกไป เหลือเพียงแม่ลูกสองคน ท่ามกลางความเงียบงัน เย่อเหรินสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนหลับตาแล้ว กล่าวออกมา
“ท่านแม่…ลูกอยากถอนหมั้นกับจวนจงอี้โหวเจ้าค่ะ”
คําพูดนั้นราวสายฟ้าฟาดกลางห้อง
“ว่าอย่างไรนะ!”
ฉันเชียงเหอหน้าต
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าตนกําลังพูดอะไรอยู่”
แท้จริงแล้ว นางกับสามีก็คิดจะหาทางยกเลิกการหมั้นหมายอยู่ก่อน
แล้ว แต่การที่ลูกสาวเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นเอง….มันย่