หลังออกจากท้องพระโรงแล้ว ซือถูหวี่พาจ้าวเข่อหรันมุ่งหน้าไปยัง สําหนักดังหนิง อันเป็นที่ประทับของไทเฮา ตามธรรมเนียมแล้ว ภายในวัง หลวงสามารถประทับเกี๊ยวเสลี่ยงไปได้ ทว่าเขากลับเลือกเดินเท้า นางย่อมรู้ ดี เหตุผลมิใช่อื่นใด นอกจากเขาอยากมีช่วงเวลาเพียงลําพังกับนาง
สองคนเดินไปตามทางหินในวังหลวง ผู้คนสัญจรไปมาไม่ขาดสาย คํา พูดมากมายติดอยู่ปลายลิ้น แต่ไม่อาจเอ่ยได้ จึงมีเพียงความเงียบที่ทอดยาว เคียงข้าง จนเมื่อเลี้ยวเข้าสู่ทางเล็กค่อนข้างเปลี่ยว เงาผู้คนเบาบางลง ฮือกูชวี่จึงฉวยโอกาสกุมมือนางเบา ๆ จ้าวเข่อหรันสะดุ้ง พยายามดึงมือกลับ ด้วยเกรงสายตาผู้คน ทว่ากําลังของเขาหนักแน่นเกินต้าน นางจึงยอม จํานน คิดเสียว่า ณ ที่แห่งนี้ไร้ผู้คน จับมือกันเพียงครู่คงมีเป็นไร
“ท่านแน่ใจหรือว่าจะพาย้าไปตําหนักคังหนิง”
นางหันไปยิ้มล้อ
“ข้าดูแล้วเหมือนท่านกําลังจะพาเข้าไปตําหนักเย็นเสียมากกว่า ทางยิ่ง
เต๊นก็ยิ่งเปลี่ยว”
ฮือถูชวี่หัวเราะเบา
“วางใจเถิด ต่อให้ต้องอ้อมโลก ข้าก็จะพาเจ้าถึงคิงหนิงให้ได้
“ท่านตั้งใจเลือกทางนี้จริงหรือ ไม่มีผู้คนแม้แต่เงา”
“ก็เพราะไม่มีผู้คน ข้าจึงเลือก”
เขาตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน
“อย่างน้อยข้าจะได้คุยกับเจ้าบ้าง”
นางกลอกตาอย่างเอ็นดู
“เราพบกันเมื่อคืนนี้เองนะ”
เยาถึงนางเข้ามาใกล้อีกนิด เสียงแผ่วลง
“ข้าเพียงอยากเดินเช่นนี้กับเจ้า ตั้งแต่เรารู้จักกันมา ยังไม่เคยมีวันใด ได้จับมือกันเดินช