ารมณ์นิ่งสงบ เหมือนไม่ยึดติดสิ่งใด ทว่าเจ้าต่างจากนาง… มารดาข้าอ่อนแอเกินไป นางสงบเพราะต้องพึ่งพาผู้อื่น แต่เจ้า เจ้ามีความ แกร่งแฝงอยู่”
“ข้าไม่ใช่หญิงบอบบางหรือ?”
นางแกล้งถาม เยาสายหน้า
“เจ้ามีความอ่อนโยน แต่ไม่ใช่เถาวัลย์ที่ต้องเกาะใครอยู่รอด เจ้าเป็น
ดอกกล้วยไม้คมดาบ ยืนเคียงข้างข้าได้
นางยิ้มละมุน
“ถ้ายัาพึ่งพาท่านหมด ย้าก็คงไม่ใช่ตัวข้า ข้าไม่อยากเป็นดอกเถาวัลย์
ไร้ราก ข้าอยากยืนเคียงข้างท่าน”
เขามองนางด้วยแววตาอ่อนโยน
“ข้าจะไม่กักขังเจ้า ข้าจะเพียงขจัดอุปสรรคให้เจ้าเติบโต
นางบีบมือตอบ
และหากมีสิ่งใดเกินกําลัง ข้าจะไม่ดื้อดึง ข้าจะบอกท่าน
ทางเล็กย่อมมีจุดสิ้นสุด ไม่นานก็ถึงตําหนักทั้งหนึ่ง มือที่กุมกันแน่น จ๋าต้องปล่อย เมื่อเข้าเฝ้า ทั้งสองคุกเข่าถวายบังคม
“หลานถวายพระพรเสด็จย่า ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
“หม่อมฉันถวายบังคมไทเฮา ขอทรงพระเกษมสําราญ
ไทเฮายิ้มละไม
“ลุกขึ้นเถิด”
จ้าวเข่อหรันเงยหน้าขึ้น พลันพบว่าท่านยายของตนนั่งเคียงข้าง ไทเฮา และข้างกายนั้นคือ ฉินอี้เหมี่ยว สายตาของฉินอี้เหมี่ยวจับจ้องนางตั้ง แต่ก้าวแรก ชุดขาวสง่า มุกประดับผม และปั่นหยกดํา ล้วนประกาศชัด บัด นี้นางคือ “เหวินจวิ้น” ความอิจฉาแล่นผ่านดวงตาฉันเหมี่ยวราวเงาเมฆดํา
เหตุใด? อายุใกล้เคียงกัน ความงาม ความสามารถ นางเชื่อว่าตน เหนือกว่า แล้วเหตุใดจ้าวเข่อหวั่นจึงได้เป็นท่านหญิงชั้นสูง ส่วนตนยังไร้ พระราชทานใด ๆ