ยามย่ํารุ่งเพิ่งล่วงเลยไปไม่ถึงสามเค่อ ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่างดี จวนเจิ้นเป่ยโหวก็วุ่นวายราวกับมีศึกใหญ่จะอุบัติ วันนี้คือวันที่สิบหก ตาม ปกติควรเงียบกว่าวันไหว้พระจันทร์เมื่อคืน ทว่าในความเป็นจริงกลับยุ่ง
เหยิงยิ่งกว่าเมื่อวานเสียอีก
ก็เพราะเมื่อวาน หลานสาวสายตรงของจวน จ้าวเข่อหรัน เพิ่งได้รับ การสถาปนาเป็น “เจิ้นกั๋วเหวินจวิ้นจี่ขั้นหนึ่ง” วันนี้จึงต้องเข้าวังไปกราบ
ขอบพระทัยฝ่าบาท
จ้าวเข่อหรันถูกปลุกตั้งแต่ฟ้ายังมืดสนิท เมื่อคืนก็นอนดึกอยู่แล้ว เช้านี้ยังถูกเรียกตัวอีก สติจึงลอยเลื่อนคล้ายคนครึ่งหลับครึ่งตื่น ทว่าใน ความงัวเงียนนั้น นางก็ถูกจัดการให้อาบน้ําแต่งตัวเรียบร้อยอย่างไม่มีตก
หล่น
หลังจากนั้น ท่านโหวจ้าวหลินก็พานางเข้าไปยังศาลบรรพชนของ ตระกูลจ้าว ศาลบรรพชนแห่งจวนเจิ้นเป่ยโหวเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และ เคร่งครัดนัก โดยปกติจะมีเพียงบุตรหลานสายตรงเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าไปใน งานพิธีใหญ่ หรือไม่ก็ผู้ใดสร้างคุณงามความดีใหญ่หลวงให้ตระกูล จึงจะได้
เข้าไปกราบเรียนต่อบรรพชน
จ้าวเข่อเฟืงแม้เป็นที่รักของท่านโหวจ้าวหลินเพียงใด ก็ไม่มีสิทธิ์ย่าง กรายเข้าไป ส่วนจ้าวเข่อหรัน วันนี้คือกรณีหลัง จริง ๆ แล้วควรเข้าพิธีตั้งแต่ เมื่อคืน เพียงแต่เวลาดึกเกินไป จึงเลื่อนมาวันนี้ หลังจากกราบไหว้เสร็จ นาง รับประทานอาหารเช้าอย่างรวดเร็ว จากนั้น ท่านโหวจ้าวหลินกับเชียวหลังก็ พานางออกจากจวน บรรยากาศหน้