าประตูใหญ่ครึกครื้นกว่าวันก่อนเสียอีก
วันนี้จ้าวเข่อหรัน แต่งกายเรียบง่าย มิได้หรูหราฟุ่มเฟือย ทว่าเปล่ง ประกายด้วยรสนิยมเฉพาะตัว ชุดตําหนักสีขาวนวลขับผิวให้ดูผ่องสะอาด ความละมุนเจือด้วยความสงบนิ่ง ชายกระโปรงกว้างทอดยาวด้านหลังอย่าง
สง่างาม เรือนผมมาดุจหยกถูกรวบเป็นทรงเฟยเซียนอย่างเรียบง่าย
ประดับไข่มุกกลมอวบสองสามเม็ดอย่างพอดี ไม่มากไม่น้อย ปักปั่นระย้าสี สนิทที่ปลายมีผีเสื้อเล็ก ๆ แกว่งไกวตามจังหวะก้าว ราวมีชีวิต
ริมฝีปากแตงอ่อนยิ้มบาง ดวงตาคู่งามเปล่งประกายวาววับ และที่ เด่นสะดุดตาที่สุด คือปีนหยกดําที่ชื่อชวี่เคยมอบให้ นางตั้งใจหยิบมาสวม ในวันนี้โดยเฉพาะ ของที่เขาให้ ล้วนล้ําค่า และเข้ากับชุดสีขาวนี้อย่าง ประหลาด ราวถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน ตอนแรกท่านโหวจ้าวหลินกับ เขียวหลิงอยากให้นางใส่ชุดแดงเข้ม แต่จ้าวเข่อหรันยืนกรานจะใส่สีขาว และ
ต้องยอมรับว่า สีขาวเหมาะกับนางยิ่งนัก
งดงามแบบไม่อวดโอ่ สง่าแบบไม่แย่งซีนใคร แม้ใบหน้าจะมิใช่ความ งามสะเทือนแผ่นดิน แต่วันนี้กลับดูประณีตราวเทพธิดา จนแม้แต่จ้าวเข่อ เหริน หนึ่งในสี่สาวงามแห่งเมืองหลวง ยังดูหม่นไปหลายส่วน ท่ามกลางฝูง ชน จ้าวเข่อเหรินยิ้มอยู่ก็จริง แต่แววตากลับเต็มไปด้วยพิษร้าย
เมื่อเห็นสายตานั้น จ้าวเข่อหรันเพียงยิ้มตอบอย่างสุภาพ รอยยิ้มนั้น ไม่พูดอะไร แต่กลับเหมือนตบหน้าเบา ๆ ไฟในอกจ้าวเชอเหรินลุกโชนยิ่ง กว่าเดิม เดิมทีฐานะจนจู่ชั้