ผ่านไปเกือบหนึ่งเค่อเต็ม ๆ ซือถูก จึงค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกจาก จ้าวเข่อหรัน ดวงตาเขาทอประกายพร่าไหว เมื่อมองริมฝีปากชุ่มฉ่ําของนาง หัวใจเหมือนถูกคลื่นบางอย่างชัดกระแทกจนสั่นสะท้าน แม้เขาจะปล่อยนาง แล้ว แต่หญิงสาวกลับยังนิ่งงัน สายตาพร่าเลือน ราวกับจิตวิญญาณยังลอย อยู่ท่ามกลางจูบนั้น
ผ่านไปพักใหญ่ จ้าวเข่อหรันจึงได้สติ แก้มแดงปลั่งเหมือนแสง อาทิตย์ยามอัสดง ดวงตาฉ่ําวาวทั้งอายทั้งโกรธ เธอมองเขาแล้วว่าเสียง กระเง้ากระงอด
คํา”
“ท่านนี่มันจริง ๆ เลยนะ อยู่ ๆ ก็จู่โจมกันแบบนี้ ไม่บอกไม่กล่าวสัก
ฮือ ชวี่หัวเราะต่ําา ๆ เสียงทุ้มชวนให้ใจสั่น
“ถ้าย้าบอกก่อน เจ้าจะยอมเหรอ?”
“ไม่ยอมอยู่แล้ว!”
เยายักไหล่ ทําหน้าแบบ “เห็นไหมล่ะ” อย่างหน้าตาเฉย
“งั้นข้าก็ต้องใช้วิธีนี้สิ
เตยบหน้าต้านหน้า นายจ้างเข่อหรันแบบเขกหัวเขานาง
ถลึงตาใส่ ก่อนจะงัดไม้ตายออกมา
“ถ้าท่านยังทําแบบนี้อีก ข้าจะไม่พูดกับท่านอีกเลยนะ ข้าพูดจริงนะ
ไม่ได้ขู่เล่น ๆ”
ฮือกูชวีรีบยอมแพ้ทันที
“ต่อไปจะไม่แอบจูบแล้ว แบบนี้พอใจไหม?”
“ค่อยยังชั่วหน่อย”
นางพยักหน้าอย่างผู้ชนะ ส่วนเขามองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนจนละ ลายได้ ทั้งชีวิตที่ผ่านมา เขาไม่เคยรู้สึกว่าความสุขจะเรียบง่ายเพียงแค่นี้ แค่ มีนางอยู่ข้าง ๆ เขาก็พอใจแล้ว จ้าวเข่อหรันนึกอะไรขึ้นมาได้
ๆ
“แล้วท่านมาทําไมล่ะ? ก่อนหน้านี้เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าช่วงที่
ข้าอยู่จวนโหว ท่านจะไม่มาหาข้า”