ฮือ ชวี่ยิ้มบาง ๆ อ่อนโยน
“หลายวันแล้วที่เราไม่ได้พบหน้า ข้าคิดถึงเจ้ายิ่งนัก โดยเฉพาะค่าคืน
นี้เป็นวันไหว้พระจันทร์ด้วย โชคดีที่ข้ามา มิฉะนั้นคงไม่รู้เลยว่าเจ้าคิดถึงข้า ถึงเพียงนี้”
“ใครคิดถึงท่านกันเล่า!”
เข่อหรันรีบปฏิเสธทันควัน น้ําเสียงทําทีแข็งกร้าว ทว่าพวงแก้มกลับ แตงระเรื่อจนปิดบังไม่มืด ฮือ ชวี่มองนางด้วยแววตาเอ็นดู ก่อนหัวเราะ เบา ๆ อย่างคนรู้ทัน แต่ก็มิได้ชักใช้ต่อ เพียงแสร้งเปลี่ยนเรื่องอย่างนุ่มนวล
“ของขวัญวันไหว้พระจันทร์ที่ข้ามอบให้ เจ้ายังพอใจหรือไม่?”
“ของขวัญหรือ?”
นางขมวดคิ้วน้อย ๆ มองเขาอย่างงุนงง
“ข้าไม่เห็นได้รับสิ่งใดเลยนี่”
ฮือถูชวี่หัวเราะแผ่วเบา แววตาอ่อนโยน
“เจ้าได้รับไปแล้วต่างหาก”
เข่อหรินชะงักไปครู่หนึ่ง ความคิดแล่นวาบขึ้นมาในฉับพลัน
“หรือว่า…เรื่องที่ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งข้าเป็นจวิ้นจี่ เป็นฝีมือของท่าน?”
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปได้ ฮ่องเต้ไม่เคยพบหน้านางมาก่อน จะทรง พระกรุณามอบตําแหน่งสูงศักดิ์ถึงเพียงนั้นได้อย่างไร หากไม่มีผู้ใดทราบ ทูลอยู่เบื้องหลัง ซือถูชวี่เพียงพยักหน้าอย่างเปิดเผย มิได้คิดปิดบังแต่อย่าง
ได
ก็ยังได้”
“ชอบหรือไม่ หากเจ้าไม่พอใจ ข้าจะขอพระราชทานเปลี่ยนชื่อเรียกให้
เย่อหรันถอนหายใจเบา ๆ พลางส่ายหน้าเล็กน้อย
ๆ
“ข้าคิดไว้แล้วว่าเป็นท่าน…. แต่เหตุใดต้องทําถึงเพียงนี้ด้วยเล่า? ตําแหน่งชั้นหนึ่งอย่าง ฉงเจิ้งเป็นถั่วเหวินจวิ้นจี่” สูงศั