เมื่อถ้อยรับสั่งของฮ่องเต้พ้นพระโอษฐ์ บรรยากาศในพระตําหนักก็ พลันกระเพื่อมดุจผิวน้ําต้องลม เสียงกระซิบกระซาบดังแผ่วทั่วท้องพระโรง
“จะพระราชทานรางวัลอันใดกันแน่?”
“ถึงกับเรียกว่า พระราชทานใหญ่’ หรือ?”
บางคนคาดเดาว่าอาจเป็นเครื่องหยกค่าเมือง บางคนสอบคํานวณว่า อาจเป็นที่ดินหรือทรัพย์สินล้ําค่า แต่ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า สิ่งที่กําลังจะเกิดขึ้น นั้น จะสั่นสะเทือนฐานันดรศักดิ์ของเมืองหลวงทั้งแผ่นดิน ฮองเฮานั่งนิ่ง แต่ภายในกลับปั่นป่วน นางเคยเชื่อว่าตนเข้าใจพระสวามีดีที่สุด ทว่าวันนี้
กลับมองไม่ทะลุพระราชประสงค์แม้แต่น้อย
จ้าวเข่อหรัน…ชื่อที่ไม่เคยสะดุดโสตมาก่อน เหตุใดจึงผงาดขึ้นกลาง ท้องพระโรงในวันนี้? ไทเฮายิ้มละมุน เอ่ยถามอย่างไม่รีบร้อน
รีบ
“ฝ่าบาทคิดจะพระราชทานสิ่งใดแก่นางเล่า?”
ฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าลี่ ทรงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตรัสขึ้นอย่างไม่เร่ง
“เจิ้นเป่ยโหว…เจิ้นจําได้ว่า ท่านยังมิได้ตั้งชื่อจื่อ ใช่หรือไม่?”
ยามนั้นทําให้ท่านโหวงเหลีนสะดุ้งในยก เขารีบลุกขึ้นคุกเข่
“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมยังมิได้ตั้งชื่อจื่อพ่ะย่ะค่ะ”
เหงื่อเย็นมุดชิมตามแผ่นหลัง หรือฮ่องเต้จะทรงก้าวก่ายการสืบ
ทอด? อ้านาจในมือเขายังมีอยากปล่อย…ฮ่องเต้หัวเราะเสียงกังวาน
“อย่าตื่นตกใจ เรื่องภายในตระกูล เจิ้นย่อมไม่ก้าวก่าย เพียง แต่…เมื่อยังมิได้ตั้งชื่อจื่อ หลานสาวของท่านก็ย่อมมิได้มีฐานะสูงส่งพอจะได้ รับเชิญร่วมงานหลวงเสมอ