ยามดึกสงัด แสงประทีปในตําหนักฉินเจิ้งยังคงส่องสว่างไม่ดับ เปลว ไฟไหววูบวาบทาบเงาร่างบุรุษผู้ทรงอํานาจที่สุดแห่งแผ่นดิน ฮ่องเต้แห่งราช วงศ์ต้าหลี่ ซือถูหลิงจื้อ พระองค์ประทับนั่งอยู่หลังโต๊ะทรงงาน ในพระหัตถ์ มิใช่ฎีการาชการ หากเป็นสมุดเล่มหนึ่งที่ทรงเปิดอ่านอย่างตั้งใจ ครั้นเวลา ผ่านไปเนิ่นนาน จึงทรงวางมันลง พร้อมถอนพระทัยยาว
“เอ้อ…”
พระองค์ยังทรงมองไม่เห็นเลยว่า จ้าวเข่อหรันมีสิ่งใดพิเศษ เหตุ ใดชวี่เอ๋อร์จึงเอาใจไปผูกไว้แน่นหนา สตรีผู้นั้น กําเนิดจากตระกูลใหญ่ก็ จริง ทว่าบิดายังมิได้สิบตําแหน่งโหว รูปโฉมมีถึงขั้นสะเทือนแผ่นดิน ปัญญามิได้ล้ําเลิศจนผู้คนตะลึง นอกจากบทกวีในงานวันเกิดท่านผู้เฒ่าฉัน ที่สร้างความฮือฮาเพียงครั้งเดียว แล้วเหตุใดเล่า บุตรชายจิงหลงใหลนัก?
ถึงจะทรงคัดค้าน ชวี่เอ๋อร์ก็มิใช่คนที่จะถอย หากถึงคราวแตกหัก วิญญาณของเชียวเชียวบนสวรรค์คงตําหนิพระองค์แน่ ครั้นคิดถึงตรงนี้
พระองค์ตรัสเรียกขันทีคนสนิท
“หลี่ฟูเฉวียน ฝนหมึก”
ขันทีรีบก้มรับคํา พลางสอบเหลือบมองด้วยความสงสัย ปกติแล้ว
ฮ่องเต้มิได้ทรงร่างราชโองการด้วยพระองค์เอง แต่คืนนี้กลับหยิบพู่กันขึ้น ด้วยพระหัตถ์ เมื่อแอบมองถ้อยคําเพียงแวบเดียว หัวใจหลี่ฟูเฉวียน สะท้านวาบ รีบก้มหน้าก้มตาเสมือนไม่เห็นสิ่งใด ทว่าภายในอกคลื่นลมกําาลัง ปั่นป่วนอย่างหนัก
ค่ําคืนก่อนวันเพ็ญนี้ ช่างเป็นคืนไร้การหลับใหล
จ้าวชงกับฉินเซียงเหอกําาสั่