หลังจากฝืนกลืนอาหารเย็นลงท้องอย่างไร้รสชาติ จ้าวเย่อเหรินกิ กลับเรือนของตนเอง นางยังไม่รู้เลยว่า เรื่องคู่หมั้นที่ทําให้นางร้อนรุ่มอยู่ทุ กลมหายใจนั้น บิดามารดากําลังนั่งวางหมากคิดแผนเพื่อช่วยนางอยู่ เงียบ ๆ หากรู้เข้า บางทีหัวใจที่ว้าวุ่นคงไม่สั่นไหวถึงเพียงนี้
ทันทีที่ปิดประตูลง สีหน้าที่เคยประดับรอยยิ้มอ่อนหวานก็พลันมืด ครึ้มราวฟ้าก่อนพายุ ดวงตาที่เคยอ่อนโยนแปรเป็นเย็นชา นางอยากจะคว้า ถ้วยชาโยนกระแทกพื้น ระบายความขุ่นเคืองในอกให้แตกสลายไปพร้อมเศษ กระเบื้อง แต่สติยังพอเหนี่ยวรั้งไว้ได้ ที่นี่มิใช่จวนไท่ชื่อ หากเป็น จวนเจิ้นเป่ยโหว หากพลาดพลั้งให้ใครจับพิรุธได้ นางย่อมเสียเปรียบ ดังนั้น จึงได้แต่กัดฟันกลืนความโกรธลงคอ ปล่อยให้มันแผดเผาอยู่ภายใน
ข้างกายนาง มีบ่าวคนสนิทสองคน เสียนอนกับเสียนลั่ว ยืนรับใช้อยู่ เงียบ ๆ ทั้งสองต่างคาดเดาสาเหตุที่นายหญิงอารมณ์เสีย แต่กลับไม่มีใคร เอ่ยปากพูดกับอีกฝ่ายเลย ตั้งแต่เสียนลั่วกลับมา ความสัมพันธ์ของพวกนาง ก็ค่อย ๆ ห่างเหิน กลายเป็นเพียงมิตรภาพฉาบหน้า เสียนลั่วได้รับความ โปรดปรานมากขึ้น เรื่องใด ๆ จ้าวเข่อเหรินก็มักปรึกษานางเพียงผู้เดียว เสียนอวินที่เคยเป็นเงาข้างกาย กลับถูกลดความสําคัญลงทีละน้อย ความคับ แค้นย่อมก่อตัวเงียบ ๆ
ๆ
ส่วนเสียน วนั้น ในใจลึก ๆ ก็เหยียดหยันเสียนอวิ้นว่าอ่อนแอ ยลาด เขลา โดยเฉพาะในเรื่องการเลือกข้างระหว่างองค์รัชทายาทกับหล