ินชื่อจื่อ
นางเห็นว่าเสียนอวิ้นไร้ความกล้า มิอาจทําการใหญ่ให้สําเร็จได้ แม้ภายนอก ยังยิ้มแย้ม ทว่าภายในกลับเชือดเฉือนกันเงียบ ๆ เสียน วเป็นคนช่าง สังเกต ไม่นานก็เดาได้ว่าเหตุใดนายหญิงจึงทุกข์ใจ นางก้าวขึ้นหน้าเล็ก น้อย เอ่ยเสียงนุ่ม
คะ?”
“คุณหนูยังครุ่นคิดเรื่องที่ฮูหยินเอ่ยถึงงานแต่งในมื้อค่ําอยู่หรือเจ้า
คําถามนั้นเหมือนเข็มทิ่มกลางใจ จ้าวเข่อเหรินถอนหายใจยาว
“เสียนสั่ว เจ้านี่เข้าใจข้าดีจริง ๆ เพียงคิดถึงคู่หมั้น ข้าก็แทบหายใจไม่
ออกแล้ว”
คําชมทําให้เสียนถั่วเหลือบมองเสียนอวี้นด้วยแววตาเย่อหยิ่ง เสีย นอวี้นกําหมัดแน่น ความขมขื่นแผ่ซ่าน นางสูดลมหายใจลึก ก่อนเอ่ยขึ้น
“คุณหนู…หรือเพราะเรื่ององค์รัชทายาท จึงทําให้ท่านรังเกียจการ
หมั้นหมายครั้งนี้ถึงเพียงนี้?”
จ้าวเย่อเหรินไม่ปิดบังอีกต่อไป
“ใช่ องค์รัชทายาททรงแสดงความในใจแก่ข้าแล้ว หากข้าแต่ง
กับหลิน หร่าน อย่างมากก็เป็นเพียงภรรยาขุนนางผู้หนึ่ง แต่หากได้เป็น
ชายาเอกของรัชทายาท วันหน้าอาจได้เป็นฮองเฮา เป็นมารดาแผ่นดิน…
ตําาแหน่งนั้น ใครบ้างจะไม่ใฝ่ฝันถึง?”
คําพูดนั้นทําให้เสียนอนตกตะลึง นางไม่เคยรู้มาก่อนว่าองค์รัช ทายาทได้สารภาพรักแล้ว หันมองเสียนลั่ว เห็นอีกฝ่ายนิ่งเฉย แสดงว่านางรู้ เรื่องนี้มานานแล้ว ความเจ็บแปลบแล่นผ่านหัวใจ เสียนลิ่วฉวยโอกาสกล่าว
ต่อ
“คุณหนู
เรื่องนี้ยิ่งช้า ยิ่งเสียเปรียบ องค์รัชทายาทสูงศักดิ์เพียงใด ท่านย่อมรู