จ้าวเข่อหรันทอดสายตามองภาพเหตุการณ์ภายในห้องนั้น
แววตา
เย็นเยียบดุจนํ้าค้างปลายฤดู ใต้ความสงบนิ่งคือเสียงหัวเราะหยันในใจ นาง มองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง ไม่ว่าองค์รัชทายาทหรือจ้าวเข่อเหริน ต่างก็ล้วน ค้านวณผลประโยชน์กันทั้งสิ้น
องค์รัชทายาทอาจมีใจเอนเอียงให้จ้าวเย่อเหรินอยู่บ้าง ทว่า….บุรุษผู้ ทะเยอทะยานเช่นนั้น จะยอมสละอํานาจเพื่อสตรีผู้หนึ่งหรือ? เป็นไปไม่ได้ ส่วนจ้าวเย่อเหรินเอง ที่พินิจพอใจองค์รัชทายาท เพราะบารมีแห่งตําแหน่ง นั้นหรอกหรือ?
ยิ่งคิดก็ยิ่งขบขัน เหตุการณ์ตกน้ําครั้งก่อนแท้จริงเป็นฝีมือของ จ้าวเข่อเหรินเองแท้ ๆ บัดนี้กลับพลิกตนเป็นผู้เคราะห์ร้ายได้หน้าตาเฉย หากหลินอีหร่านได้ยินวาจาเหล่านั้นเข้า คงเจ็บแปลบกลางใจจนพูดไม่ออก เมื่อนึกถึงตรงนี้ รอยยิ้มร้าย ๆ ก็ผุดขึ้นที่มุมปากจ้าวเข่อหรัน นางอดคาด หวังไม่ได้ ว่าจ้าวเข่อเหรินจะหาทางแก้ไขคู่หมั้นหมายที่ตนไม่พอใจนั้นอย่าง
ไร
ชื่อชวี่ซึ่งยืนมองอยู่เงียบ ๆ เมื่อเห็นรอยยิ้มซุกซนแฝงเล่ห์นั้น ก็ เผลอยกมุมปากตามโดยไม่รู้ตัว สายตาเขาในยามนี้เต็มไปด้วยเงาของนาง เขามองว่านางน่ารักนัก โดยเฉพาะรอยยิ้มบางเบาที่เหมือนจะยั่วเย้าให้เขา หลงใหล คิดแล้วก็ลงมือทันที เขาฉวยข้อมือนางดึงเข้าหา จ้าวเข่อหรันก้าลัง จดจ่ออยู่กับภาพตรงหน้า ถูกกระชากกะทันหันก็ตกใจแทบร้องออกมา ทว่า เสียงยังไม่ทันหลุดพ้น ริมฝีปากอุ่นร้อนของชื่อชวี่ก็ทาบลงมา กลืนเสียง ร้องทั้