ไม่นานนัก ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาในห้อง ทันทีที่เห็นหน้า เขา จ้าวเข่อหรันก็จําได้ เขาคือเถ้าแก่ผู้ดูแลหอที่เพิ่งพานางขึ้นมาชั้นบนเมื่อ ครู่ ทันทีที่ก้าวผ่านธรณีประตู เขาก็ค้อมกายทําความเคารพอย่างนอบน้อม
“คารวะท่านประมุข รองประมุข และคุณหนู”
ฮือกู วีเอ่ยถามเสียงเรียบ
“มีเรื่องใดหรือ”
เถ้าแก่ชําเลืองมองจ้าวเข่อหรันอย่างลังเล
“เล่ามา ไม่ต้องปิดบัง”
ชือ ชวี่กล่าวชัดถ้อยชัดคํา
“นางคือว่าที่ภรรยาของข้า หากมีเรื่องใดก็กล่าวออกมาได้ตรง ๆ”
ถ้อยคํานี้ทําให้เถ้าแก่ชะงักไปครู่หนึ่ง เดิมเขาก็พอเดาได้ว่าความ สัมพันธ์ของสตรีผู้นี้กับประมุขไม่ธรรมดา แต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นเป็นว่า ที่ฮูหยินในอนาคต เมื่อได้รับคํายืนยัน เขาจึงรายงานว่า
“เรียนท่านประมุข องค์รัชทายาทเสด็จมา ขณะนี้ประทับอยู่ที่ห้อง ไม่จวี่ชั้นสาม กําลังเสวยอยู่ขอรับ”
ดวงตาจ้าวเข่อหรันวาบหนึ่ง แต่ยังนิ่งสงบ มิได้เอ่ยสิ่งใด จื่อหยวนที่
ยืนอยู่ด้านข้างถามขึ้น
“เสด็จมาพระองค์เดียวหรือ”
เถ้าแก่ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนตอบ
“มิใช่พ่ะย่ะค่ะ เสด็จมาพร้อมคุณหนูท่านหนึ่ง มีทราบนาม เพียงได้ ยืนองค์รัชทายาทเรียกนางว่า ‘คุณหนูเย่อเหริน “
“พรวด!”
จ้าวเข่อหรันที่กําลังจิบชาอยู่ถึงกับสําลักพ่นออกมาเต็มปาก ผู้ เคราะห์ร้ายก็คือเถ้าแก่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า โดนน้ําชาพุ่งใส่เต็มใบหน้า แต่สี
หน้าของเถ้าแก่ยังคงเรียบเฉย เพียงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดอย่างเงียบ
งั