เข่อหรันยิ้มเย็น
“ท่านจะชอบคนที่คอยคิดร้าย หวังใส่ร้าย ปองทําลายท่านอยู่ทุกเมื่อ
จื่อหยวนเงียบไป เขารู้ดี ในตระกูลใหญ่โต คําว่า ‘สายเลือด’ บางครา ไร้น้ําหนักยิ่งกว่าสายลม จ้าวเข่อหรันตกอยู่ในภวังค์ ก่อนหน้านี้ได้ยินว่า จ้าวเข่อเหรินปฏิเสธคําเชิญขององค์รัชทายาทมาตลอด วันนี้เหตุใดจึงตอบ รับ? เติมนางไม่ใสใจข่าวที่อีกฝ่ายออกจากจวน ทว่าไม่คิดว่าจะเป็นการออก
มากับองค์รัชทายาทโดยตรง สองคนนั้นกําลังวางหมากอันใดอยู่กันแน่? ชือ ชวี่เอ่ยเสียงต่ํา
“เจ้าอยากรู้หรือ ว่าพวกเขามาทําสิ่งใด”
จ้าวเย่อหรันพยักหน้า แต่ถอนใจ
“หากองค์รัชทายาทเสด็จมา ย่อมต้องมีทหารเฝ้าอยู่หน้าห้อง ต่อให้
เราสงสัยก็ไม่อาจเข้าใกล้ใด้”
ชือ ชวี่ยิ้มบาง พลางจับมือนาง
“ตามบ้ามา”
เขาพานางไปยังผนังห้อง หมุนแจกันบนชั้นเบา ๆ ทันใดนั้น ผนัง
แยกออกเผยให้เห็นประตูลับ
“นี่มัน”
จ้าวเบ่อหรันเบิกตากว้าง
“ทางลับ” เขากระชิบ
“ชั้นห้าสามารถเชื่อมถึงทุกชั้นในหอวิ่งเยวี่ย ตามข้ามาเถอะ”
นางจับมือเขาแน่น ก้าวเข้าสู่ความมืดด้วยความเชื่อใจ จื่อหยวนมอง เงาทั้งสองหายลับเข้าไป สีหน้าจากตกตะลึงกลายเป็นลุ่มลึก เขาไม่เคยคิด ว่าชื่อถูกวี่จะเปิดเผยความลับถึงเพียงนี้แก่สตรีผู้หนึ่ง ครานี้…ดูท่าจะจริงจัง ยิ่งนัก ไม่นาน ทั้งสองก็โผล่ออกมาที่ห้องหนึ่งในหอวิ่งเยวี่ย ห้องนี้ตกแต่ง คล้ายห้องก่อนหน้า เพียงแต่เล็กกว่าเล็กน้อย ทว่าก็ยังหรูหราเหนือห้องใด ในโรงเตี๊ยมท