ขณะที่จ้าวเข่อหรันกําลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ในห้องส่วนตัวชั้นสี่
ของหอวิ่งเยวี่ยนั้น ผู้ดูแลหอซึ่งเป็นคนพานางขึ้นมากลับไม่ได้ลงไปด้านล่าง หากแต่ก้าวเท้าตรงขึ้นสู่ชั้นห้าโดยไม่รีรอ ชั้นห้ามีเพียงห้องเดียว เงียบสงบ ราวกับตัดขาดจากโลกภายนอก เขาหยุดยืนหน้าประตู เคาะเบา ๆ แล้ว ก้มศีรษะรอรับค่าสั่ง
“เข้ามา”
เสียงทุ้มเรียบนั้นดังจากด้านใน ผู้ดูแลหอจึงเปิดประตูเข้าไปอย่าง นอบน้อม ก่อนจะรายงานทุกอิริยาบถของจ้าวเข่อหรัน ตั้งแต่นางก้าวเข้า ร้าน นั่งตรงไหน สั่งอาหารอะไร แม้แต่จํานวนค้าที่นางเอ่ยก็ไม่ตกหล่นแม้ แต่น้อย บุรุษในชุดขาวซึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง ฟังเงียบ ๆ ดวงตาลุ่มลึกดั่งห้วง ราตรี เขาคือ ช๊อกูลวี่ เมื่อรายงานจบลง เขาวางถ้วยชาแล้วเอ่ยเสียงราบ
เรียบ
“พอแล้ว ลงไปเถิด หากนางมาอีกในภายหน้า ให้พานางขึ้นห้องชั้นสี่ โดยตรง ห้องที่นางนั่งวันนี้ ตั้งแต่นี้ไปเป็นของนางผู้เดียว ห้ามผู้ใดใช้
“ขอรับ ท่านประมุข
ผู้ดูแลหอก้มมานับ ลอบตกใจอยู่ในใจ หญิงสาวผู้นั้นเป็นใครกัน ถึง ได้รับเกียรติเช่นนี้? ทว่าเขารู้ดี สิ่งใดไม่ควรถาม ก็อย่าได้ถาม เมื่อผู้ดูแลหอ จากไป ฮือ ชวี่ ยังคงจิบชาอย่างสงบ ทว่าดวงตากลับทอดต่ํา ราวกับจิตใจ ลอยลงไปยังชั้นสี่แล้ว บุรุษอีกผู้หนึ่งนั่งเอนกายอยู่ข้างโต๊ะ มือเท้าคาง ยิ้ม เจ้าเล่ห์ ดวงหน้าอ่อนหวานเป็นบุรุษทั่วไป หากงามยิ่งกว่าสตรีหลายคนเสีย อีก เขาคือ จื่อหยวน
“…”
เขาเอ่ยเสียงย