ยามรุ่งสาง ท้องฟ้ายังไม่ทันเผยแสงแรก จวนให่ชื่อก็ครกครื้นวุ่นวาย ราวรังผึ้งต้องลม เพราะวันนี้จ้าวชงจะพาภรรยาและบุตรกลับไปฉลอง เทศกาลไหว้พระจันทร์ที่จวนเจิ้นเป่ยโหว แน่นอนว่า “ภรรยาและบุตร” ในที่ นี้ มิได้หมายถึงทุกคนในเรือนหลัง แต่มีเพียงภรรยาเอกกับบุตรสาวสายตรง สองคนเท่านั้นที่มีเกียรติร่วมขบวน ส่วนอนุและบุตรสาวอนุทั้งหลาย ล้วนไม่ มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบชายธรณีจวนโหว
ทว่า มีหนึ่งข้อยกเว้น จ้าวเย่อเฟิง บุตรชายเพียงคนเดียวของจ้าว ง เด็กหนุ่มผู้นี้ฉลาดหลักแหลมตั้งแต่วัยเยาว์ อายุเพียงเก้าขวบก็สอบได้ที่ หนึ่งระดับเจี่ยหยวน ท่านผู้เฒ่าจ้าวจึงรักใคร่เอ็นดูนัก ทุกครั้งที่ตระกูลรวม ญาติ มักสั่งให้จ้าวชงพาเด็กคนนี้ไปด้วยเสมอ
ทางด้านจ้าวเข่อหรัน ตื่นแต่ฟ้ายังสลัว ชําาระกาย แต่งองค์ รับสํารับ เช้าเรียบร้อยแล้ว หลังวางตะเกียบ นางมองไปยังแม่นมเยว่ หลงเอ๋อร์ วินเชี ยง และ อเชียงที่ยืนรอคําสั่ง
“แม่นมเยว่ ครานี้ท่านจงอยู่เฝ้าเรือนชุนฮุยหยวน พวกเราล้วนไม่อยู่ ต้องมีคนคุมงานในเรือน ท่านอยู่ดูแลให้เรียบร้อยก็พอ”
แม่นมเยวค้อมกายรับค้า
“คุณหนูวางใจเถิด บ่าวจะไม่ให้เกิดเรื่องใดเด็ดขาด”
จ้าวเข่อหรันพยักหน้า
“ข้าเชื่อมือท่าน ส่วนฉินเซียงก็อยู่ช่วยด้วย หากมีเรื่องใดตัดสินใจ
ยาก เจ้าปรึกษานาง
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
จากนั้นนางหันไปทางซีอเชียงกับหลงเอ๋อร์ น้ําเสียงอ่อนนุ่มแต่แฝง
ความหนักแน่น
“ครานี้พวกเจ้าสองคนตาม