องค์หญิงเก้าพูดความจริง
เฉินจี๋ก็ตระหนักได้ในที่สุดว่าจินเฟิงสำคัญถึงเพียงนี้
หากไม่มีจินเฟิงคอยขวางกั้นตงหมาน ตั่งเซี่ยงและถู่ปัวแล้ว ต้าคังมิเพียงถูกปล้นชิงเท่านั้น ยังต้องจ่ายเงินมหาศาลให้แก่อีกฝ่ายอีกด้วย
เงินเหล่านี้จะหามาจากที่ใดเล่า? ก็คงต้องเรียกเก็บจากประชาชนเท่านั้น
ประชาชนย่อมทนรับภาระหนักอึ้งไม่ไหว การก่อกบฏย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงมิได้
“ข้ารู้ดีว่าจินเฟิงมีคุณูปการต่อต้าคัง ข้าสามารถพระราชทานรางวัลให้เขาได้ ไม่ว่าจะเป็นที่นาอุดมสมบูรณ์ เงินทอง หรือยศถาบรรดาศักดิ์ ตราบใดที่เขาปรารถนา ข้าก็จะมอบให้ทั้งสิ้น”
เฉินจี๋โต้แย้งว่า “แต่เจ้าคือองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ เจ้าจะยอมทำร้ายตัวเองด้วยการไปเป็นอนุภรรยาของเขาจริงหรือ? ราชวงศ์จะเหลือหน้าตาอันใดอีก?”
“หน้าตาของราชวงศ์?” องค์หญิงเก้าเอ่ยด้วยรอยยิ้มขมขื่นเยาะหยัน แล้วถามต่อว่า “เสด็จพ่อ หากไม่มีท่านอาจารย์จิน เสด็จพ่อทรงคิดว่าตอนนี้ลูกจะเป็นเช่นไร?”
สีหน้าของเฉินจี๋ก็ดำทะมึนลงในทันที
ก่อนหน้านี้ องค์หญิงเก้าต้องไปถู่ปัวเพื่อสมรสเพื่อสันติภาพ หากไม่มีจินเฟิง คงไปถึงถู่ปัวแล้วเป็นแน่
ด้วยความดูแคลนของถู่ปัวที่มีต่อต้าคัง สิ่งที่องค์หญิงเก้าจะต้องเผชิญในถู่ปัวนั้น ไม่จำเป็นต้องกล่าวก็เป็นที่เข้าใจได้
“เสด็จพ่อ ที่นี่ไม่มีบุคคลที่สาม ลูกขอกล่าวตรง ๆ เถิด”
องค์หญิงเก้าถามอีกครั้งว่า “ลูกขอถามอีกคำถามหนึ่ง เสด็จพ่อคงเห็นแล้วว่าท่านอาจ