เฉินจี๋เอียงศีรษะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เริ่มเข้าใจความหมายของจินเฟิง
จริงสิเขานั่งอยู่บนหอคอยสูงหลายสิบเมตร ในมือยังถือกล้องส่องทางไกลจึงรู้ว่าจางเหลียงมีคนไม่มากนัก
แต่ค่ายใหญ่ตงหมานกระจายอยู่หลายลี้โดยรอบ ทหารตงหมานส่วนใหญ่มองเห็นได้แค่รอบตัวสิบกว่าเมตรเท่านั้น ส่วนที่ไกลออกไปก็ถูกกระโจมและผู้คนบังไว้
ทั้งค่ายใหญ่ของตงหมานตกอยู่ในวุ่นวาย พวกเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าจางเหลียงมีคนเท่าไร?
เมื่อมองเห็นฝุ่นควันที่ฟุ้งขึ้นทางทิศเหนือ ประกอบกับเสียงระเบิดที่ดังไปทั่ว เสียงม้าร้องก้องไปทุกหนแห่ง ทหารตงหมานหลายคนเริ่มสงสัยว่าพวกเขาถูกล้อมจริง ๆ หรือ?
กลยุทธ์นี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่จางเหลียงนำมาใช้ในวันนี้ แม้เหยียลวี่ซู่จะล่วงรู้มาก่อน แต่ทหารชั้นประทวนของตงหมานนั้นหารู้ไม่
สิ่งที่ทำให้ทหารตงหมานสิ้นหวังที่สุดคือการที่เหยียลวี่ซู่และธงแม่ทัพถูกผู้คุ้มกันภัยเข้ายึดได้แล้ว
ต้าหวังถูกจับไปแล้ว ธงแม่ทัพก็ถูกฟันทิ้ง แล้วจะสู้รบต่อไปทำไมกัน?
แน่นอนว่ายังมีทหารตงหมานบางคนที่ไม่รู้จักเหยียลวี่ซู่ พวกเขาสงสัยว่าผู้คุ้มกันภัยกำลังหลอกพวกตนจึงหันไปมองที่กองบัญชาการกลาง
ในยามศึกนั้นไม่มีวิทยุสื่อสาร ดังนั้นข้างกองบัญชาการกลางจึงมักสร้างหอสูงไว้ เมื่อผู้บังคับบัญชาออกคำสั่ง มือชูธงจะยืนอยู่บนหอสูงนั้นและโบกธงเพื่อส่งสัญญาณ
ในยามนี้ กองบัญชาการกลางของเหยียลวี่ซู่ถูกต้าจ้วงและพวกเขาเผาทำลายไปแล้ว หอค