งครามให้ชนะเท่านั้น แต่ยังต้องทำให้ราษฎรอยู่ดีกินดี จึงจะเรียกได้ว่าเป็นการรื้อฟื้นอย่างแท้จริง
ดังนั้น การจะเป็น ‘ฮ่องเต้ผู้กอบกู้แผ่นดิน’ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่หากนับจากนี้ไปไม่ต้องส่งบรรณาการ ไม่ต้องสมรสเพื่อสันติภาพ เพียงเท่านี้ชื่อของฮ่องเต้เฉินจี๋พระองค์นี้ ก็จะต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นภาพลักษณ์ของพระองค์ในประวัติศาสตร์จะเป็นไปในแง่บวกอย่างมาก
“ฮ่องเต้ต้องปกป้องประตูเมือง ฮ่องเต้ต้องสละชีพเพื่อแผ่นดิน!”
เฉินจี๋พึมพำกับตนเอง ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มไม่หยุด
เพียงคำกล่าวนี้ ก็เพียงพอให้เขาถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์!
“อู่หยาง เจ้าช่างกล่าวได้ดี!”
ในขณะนั้นเฉินจี๋คลั่งไปเสียแล้ว เขาชี้หน้าฝ่ายสันติภาพและเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ตะโกนก้องว่า “หากผู้ใดบังอาจเอ่ยปากเจรจาสงบศึกอีก ผู้นั้นจงถือเป็นกบฏ!”
เมื่อเห็นฮ่องเต้เป็นเช่นนี้ ฝ่ายสันติภาพและขุนนางชั้นผู้ใหญ่ก็พากันสงบลงในทันที
จินเฟิงมองดูองค์หญิงเก้าแล้วอดรู้สึกทึ่งไม่ได้ “นี่ช่างเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีสำหรับการทำการตลาดแบบเครือข่ายจริง ๆ!”
“ฮ่องเต้ปกป้องประตูเมือง สละชีพเพื่อบ้านเมือง ไม่ยอมเสียดินแดน ไม่มีการสมรสเพื่อสันติภาพ…”
สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เขาเคยพูดคุยกับองค์หญิงเก้าในยามว่างที่ซีเหอวาน ไม่คิดว่านางจะจดจำไว้ในใจทั้งหมดและนำมาใช้ในที่นี้
ต้องยอมรับว่าองค์หญิงเก้ามีศักยภาพในการเป็นผู้นำอย่างแท