เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อซิ่วไฉต้องเผชิญหน้ากับเหล่าทหาร ยากนักที่จะอธิบายความบริสุทธิ์ของตน
ยิ่งทหารเหล่านี้ไร้ซึ่งเหตุผล ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก
เมื่อเห็นว่าผู้คุ้มกันขององค์หญิงเก้าลงมือทำร้ายคนจริง ๆ เหล่าขุนนางก็สงบลง เชื่อฟัง ยืนประจำตำแหน่งเดิมโดยดี
“โอหังก็ต้องเจอแบบนี้!”
จินเฟิงพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเดินเข้าไปหาองค์หญิงเก้า แล้วเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงว่า “เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”
“ข้าไม่เป็นไร” องค์หญิงเก้าส่ายหน้าแล้วเงยหน้ามองเฉินจี๋
“จินเฟิง จับพวกมันไปขังไว้ที่ซูมี่เยวี่ยนให้หมด! หากผู้ใดขัดขืนเจ้าจงจัดการเสีย! ส่วนเจ้าฉินเจิ้น จงร่วมมือกับจินเฟิง หากผู้ใดก่อความวุ่นวายให้หน่วยข่าวกรองสืบสวนผู้นั้น!”
เฉินจี๋ถูกเหล่าขุนนางกราบทูลจนรู้สึกเดือดดาล ไม่ทรงมีพระทัยจะตรัสสิ่งใดอีก จึงเสด็จออกไปพร้อมกับอิ๋นเชวี่ย
“เขาคือจินเฟิง!”
“บุรุษบ้าระห่ำ!”
เมื่อครู่เหล่าขุนนางต่างสงสัยว่าจินเฟิงเป็นผู้ใด บัดนี้เมื่อได้ยินเฉินจี๋เอ่ยนามของจินเฟิงออกมา พวกเขาจึงรู้ถึงตัวตนของเขา
เมื่อมองไปยังจินเฟิงอีกครั้ง สายตาของเหล่าขุนนางก็เปลี่ยนไป
ในท้องพระโรงต้าคัง ผู้ใดเล่าจะไม่รู้ว่าจินเฟิงเป็นคนบ้า?
การกระทำเมื่อครู่นี้ก็ยิ่งพิสูจน์ข้อนี้
หากมิใช่ผู้เสียสติ ผู้ใดเล่าบังอาจต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้เช่นนี้ กล้าลงไม้ลงมือกับขุนนางราชสำนักถึงหงเต๋อเตี้ยนเช่นนี้!
ยิ่งไปกว่านั้นจินเ