ขอให้ปลอมตัวไปสืบดูในหมู่ราษฎร แล้วจะรู้เอง หากไม่สะดวกจะส่งคนที่ไว้ใจจากหน่วยข่าวกรองไปสืบถามก็ได้”
“ฉินเจิ้น รีบสั่งคนไปตรวจสอบทันที ข้าต้องการรู้ว่าคำพูดของอู่หยางเป็นความจริงหรือไม่!”
เฉินจี๋หันไปมองฉินเจิ้น
“ฝ่าบาท ไม่จำเป็นต้องสืบแล้วพ่ะย่ะค่ะ สิ่งที่องค์หญิงตรัสเป็นความจริง นี่เป็นกฎเกณฑ์ที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรของจวนว่าการต้าคัง” ฉินเจิ้นทูลตอบ
“เจ้าก็รู้เรื่องนี้มานานแล้ว?” เฉินจี๋จ้องฉินเจิ้นและถาม “เหตุใดไม่บอกข้า?”
ฉินเจิ้นอ้าปากเล็กน้อยแต่ไม่ได้เอ่ยวาจาใด
บางคำพูด องค์หญิงเก้าผู้เป็นธิดากล้าเอ่ย แต่เขาเป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชาไม่อาจพูดพล่อย ๆ ได้
“เสด็จพ่อ เรื่องนี้ไม่อาจโทษแม่ทัพฉินได้ ต้องโทษพระองค์เองเพคะ!”
องค์หญิงเก้ากล่าวว่า “ลูกเคยทูลเสด็จพ่อไปแล้วว่าจำเป็นต้องจัดการกับพวกสวีพ่างจื่อเสียที แต่พระองค์ทรงฟังหรือไม่เล่า? ทรงชอบฟังแต่คำหวานหู ใครเล่าจะกล้าทูลความจริงแก่เสด็จพ่อ?”
เฉินจี๋ได้ยินดังนั้นก็ก้มหน้าลงด้วยสีหน้าพ่ายแพ้
ชิ่งเฟยเห็นสถานการณ์เช่นนั้นจึงรีบเข้าไปส่งถ้วยน้ำชาให้ทันที
เฉินจี๋ก็ฉวยโอกาสนี้ถามว่า “อู่หยาง เจ้าจงพูดต่อไปเถิด หลังจากคัดเลือกทหารฝีมือดีแล้ว เจ