เบา ๆ ฮือถูก ทอดสายตามองไกลออกไป
“เจ้ารู้จักพระมารดาของข้าหรือไม่? นางคือพระสนมเขียว เป็นสตรี
อ่อนโยนเกินกว่าจะอยู่ในวังหลวงได้”
จ้าวเข่อหรันไม่เอ่ยค้าใด เพียง บอยู่ในอกเขา ฟังเสียงที่เต็มไปด้วย
ความเจ็บปวด
“ผู้คนล้วนไม่รู้ที่มาของนาง แม้แต่ข้าเองก็ไม่รู้ นางไม่เคยเล่าเรื่อง ก่อนเข้าวังให้ฟัง ข้าจําได้เพียงว่า นางอ่อนโยน ใจดี…แต่สตรีเช่นนั้นไม่ เหมาะกับวังหลวงเลย นางต้องการความรักเพียงหนึ่งเดียว ทว่าเสด็จพ่อไม่ อาจมอบให้นางได้
เขาหัวเราะหยันเบา ๆ
“เสด็จพ่อเคยตรัสว่านางคือหญิงเพียงหนึ่งเดียวที่พระองค์รัก แต่ก็
เพราะพระองค์…นางจิงจากไปเร็วเช่นนั้น
“ซือถชวี่…”
เสียงเรียกแผ่วเบาดุจสายลม เขาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนยิ้มบาง
“เพราะเห็นชะตาของพระมารดา ข้าจึงตั้งสัตย์ว่า จะไม่เดินรอยเดียว กับเสด็จพ่อ หากข้ารักใคร จะรักเพียงคนเดียว ไม่มีผู้ใดแทรกกลางได้
จ้าวเข่อหรันสบตาเขาเนิ่นนาน ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
“ดี…ย้าเชื่อใจท่าน”
เพียงห้าคําแผ่วเบา กลับหนักแน่นพอให้ชื่อชวี่เข้าใจความหมายทั้ง หมด เขากอดนางแน่นขึ้น ดวงใจพองโตอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“เด็กน้อย ข้าจะดูแลเจ้าเอง ทุกอย่างข้าจะจัดการให้ เจ้าจงอยู่เคียง ช้าอย่างสบายใจเถอะ”
ท่าน”
นางพยักหน้า
“ตราบใดที่ท่านรักษาค่ามั่น ข้าจะพยายามเชื่อท่าน…และพยายามรัก
แม้คําว่า “รัก” ยังไม่เต็มร้อย แต่สําหรับชื่อชวี่ เพียงก้าวแรกนี้ก็
เพียงพอแล้ว หากระยะห่างระหว่างเขากับน