เมื่อวานเขาวิ่งวุ่นไปทั้งวัน ยามค่ำคืนได้หลับตาลงชั่วครู่ก็ถูกฉินเจิ้นปลุกเสียแล้ว บัดนี้ความวุ่นวายในวังหลวงก็สงบลงแล้ว จินเฟิงมองดูลวดลายแกะสลักอยู่ครู่ใหญ่เปลือกตาก็เริ่มปรือลง
ยามที่ใกล้จะปิดเปลือกตาลง ชิ่งเฟยก็ยกถาดขนมเข้ามา
ภายหลังจากวังหลังสงบลง องค์หญิงเก้าทรงเป็นกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของชิ่งเฟย จึงทรงส่งคนไปรับนางมาอยู่ข้างกาย
ครั้นเห็นฮ่องเต้กำลังสนทนากับฉินเจิ้นและองค์หญิงเก้า ชิ่งเฟยจึงวางถาดขนมลงบนโต๊ะข้างกายจินเฟิง “นี่เป็นขนมของร้านหลิงซาน รสชาติอร่อยนัก จินเฟิงเจ้าลองชิมดูสิ”
ชิ่งเฟยนั้นเป็นท่านแม่ขององค์หญิงเก้า และเคยช่วยจินเฟิงโฆษณาสบู่หอมมาก่อน จินเฟิงประทับใจในตัวนางมาโดยตลอด จึงรีบลุกขึ้นนั่งตัวตรงพลางกล่าวว่า “ขอบคุณเหนียงเหนียง เช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว”
ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ จินเฟิงดื่มเพียงน้ำชาไปไม่กี่ถ้วย ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้สึกอะไร พอมาเห็นขนมหวานเช่นนี้ ก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที
ว่าแล้วจึงหยิบขนมหวานขึ้นมาทานอย่างไม่เกรงใจ
ขนมหวานนี้น่าจะเป็นเครื่องบรรณาการ รสชาติกรอบนอกนุ่มใน หอมหวานอร่อยลิ้น จินเฟิงกินไปหลายชิ้นกว่าจะหยุด