ชิ่งเฟยนั่งมองข้าอยู่ด้านข้าง นางยิ้มน้อย ๆ ไม่ได้เอ่ยวาจาใด ๆ
ต่างจากฮ่องเต้ ชิ่งเฟยนั้นหมายมั่นจะได้ตัวจินเฟิงเป็นลูกเขยอยู่ก่อนแล้ว หลังจากเรื่องราวเมื่อคืนนางยิ่งแน่วแน่ในความคิดนี้
ครั้งนี้จึงสมดังคำโบราณที่ว่า ‘แม่ยายมองลูกเขย ยิ่งมองยิ่งถูกใจ’
แม้ว่าจินเฟิงจะหน้าหนา ก็ยังอดรู้สึกขัดเขินเมื่อถูกชิ่งเฟยจ้องมองนานเช่นนี้ไม่ได้ จึงคิดจะหาเรื่องคุยกับชิ่งเฟย แต่แล้วองค์หญิงเก้าก็ลุกขึ้นยืน
“เสด็จพ่อ ความสามารถของเฉินเหยวียนคว่าง ท่านย่อมรู้ดีกว่าลูก นอกจากรังแกชายหญิงเที่ยวหอนางโลม แล้วเขายังทำอะไรได้อีก?
หากปราศจากผู้อยู่เบื้องหลังคอยวางแผนให้ เขาจะกล้าคิดกบฏได้อย่างไร? เขาจะมีปัญญาฝึกฝนทหารเอกไว้ในเมืองหลวงมากมายเช่นนั้นได้อย่างไร?
หากเสด็จพ่อไม่ทรงเชื่อ ก็บัญชาให้กองราชองครักษ์ออกไปสืบดูเถอะเพคะ ลูกกล้ายืนยัน เฉินเหยวียนคว่างกับกองกำลังพลีชีพของเขา ต้องเป็นทหารที่พวกขุนนางใหญ่ฝึกฝนมาเป็นแน่!”
องค์หญิงเก้ามีน้ำเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อย “พวกมันยุยงเฉินเหยวียนคว่างมาก่อกบฏ ล้มล้างราชบัลลังก์ เสด็จพ่อยังลังเลอะไรอีกเพคะ! หากเสด็จพ่อทรงฟังลูกแต่แรก เหตุการณ์เช่นนี้คงไม่เกิดขึ้น!”