“อู่หยาง สิ่งที่เจ้าพูดพ่อย่อมเข้าใจ พ่อเองก็รู้ถึงภัยอันตรายของเหล่าขุนนางใหญ่ แต่ว่าพวกมันล้วนหยั่งรากลึก หากคิดกำจัด ต้องวางแผนระยะยาว มิเช่นนั้นจะทำให้บ้านเมืองสั่นคลอน!”
เฉินจี๋เผยสีหน้าลำบากใจ “รออีกหน่อยเถิด”
นิสัยของเขานั้นอ่อนแอเกินไป เมื่อคืนตอนเผชิญหน้ากับองค์รัชทายาท เขาเคยรู้สึกเสียใจ แต่ตอนนี้เหตุการณ์สงบลง เขาก็ปล่อยเลยตามเลยไม่อยากมีเรื่องกับเหล่าขุนนางใหญ่
“เสด็จพ่อ พวกขุนนางชั้นสูงยุยงให้รัชทายาทก่อกบฏชิงบัลลังก์ นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะลงมือ ทรงรอสิ่งใดอยู่อีก?”
องค์หญิงเก้าโกรธจนตบโต๊ะดังสนั่น “หากทรงปล่อยให้พวกเขาก่อกบฏชิงบัลลังก์ไปเช่นนี้ ต่อไปราชวงศ์จะมีศักดิ์ศรีใดเหลืออยู่? พวกเขาจะยิ่งทำตัวเหิมเกริมขึ้นไปอีก!”
“เหวินเอ๋อร์ พูดกับเสด็จพ่อของเจ้าให้ดี ๆ!”
ชิ่งเฟยกลัวว่าองค์หญิงเก้าจะทำให้ฮ่องเต้โกรธ จึงรีบออกหน้าเตือน
“ท่านแม่ ลูกขอร้องท่านอย่าได้พูดอะไรเลย!”
องค์หญิงเก้าทรงโบกมือห้ามชิ่งเฟยพลางตรัสว่า “เรื่องนี้น่ะเกี่ยวข้องถึงความอยู่รอดของราชสำนัก เกี่ยวพันกับชีวิตราษฎรมากมายในแคว้นต้าคัง ลูกต้องทูลให้เสด็จพ่อทรงทราบให้ได้เพคะ!”