จากทหารชุดเกราะแดงกว่า 300 นาย บัดนี้เหลือเพียง 50 นาย เหล่าองครักษ์หลวงที่ฮ่องเต้ทรงฝึกฝนก็เหลือเพียง 6 คนเท่านั้น และพวกเขาล้วนบาดเจ็บ
ทว่าทหารชุดเกราะแดงและองครักษ์หลวงล้วนภักดี แม้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ก็ไม่ได้หนีหาย แต่ยังคงถือดาบปกป้องเบื้องหน้าบัลลังก์มังกร
หงเต๋อเตี้ยนคือสถานที่เสด็จออกว่าราชการ ในยามปกตินอกจากทหารชุดเกราะแดงที่อารักขาฮ่องเต้แล้ว ห้ามผู้ใดพกพาอาวุธเข้ามาโดยเด็ดขาด
ทว่า ณ บัดนี้ พวกบุรุษชุดดำกลับถือดาบยาวยืนอยู่เต็มไปหมด
เบื้องล่างเท้าของพวกมันเต็มไปด้วยซากศพแขนขาดขาขาด คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือดอันแรงกล้า
“ฝ่าบาท เวลาล่วงเลยมามากแล้ว เชิญพระองค์ทรงตัดสินพระทัยลงพระนามเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
เจ้ากรมพิธีการเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “หากพระองค์ทรงยอมลงพระนามเสียแต่แรก เหตุใดจึงต้องมีผู้คนล้มตายมากมายถึงเพียงนี้”
“บังอาจนัก เฝิงส่าวเจี๋ย เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้บีบบังคับฝ่าบาทเช่นนี้ นี่เจ้าคิดก่อกบฏหรืออย่างไร!”
ขันทีคนสนิทที่อยู่ข้างกายฮ่องเต้เอ่ยตำหนิ “เจ้าเป็นถึงเจ้ากรมพิธีการ ควรจะรู้แก่ใจว่านี่เป็นความผิดร้ายแรงถึงขั้นกบฏ ต้องถูกลงโทษประหารเก้าชั่วโคตร!”