หากรอสืบบัลลังก์อย่างสงบเสงี่ยม เขาคงสิ้นชีพไปเสียก่อน ในขณะที่องค์ฮ่องเต้เฉินจี๋ยังคงมีชีวิตอยู่อย่างสุขสำราญ
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องที่หอนางโลม ยิ่งทำให้ฮ่องเต้เฉินจี๋รู้สึกเสียหน้ายิ่งนัก ทรงผิดหวังในตัวองค์รัชทายาทเป็นอย่างมากและเคยตรัสต่อหน้าขุนนางหลายครั้งว่าจะทรงสถาปนารัชทายาทพระองค์ใหม่
ดังนั้น เมื่อเหล่าขุนนางผู้ทรงอำนาจมาเข้าเฝ้าองค์รัชทายาทและเสนอให้ทำการบีบบังคับฮ่องเต้ให้สละบัลลังก์ องค์รัชทายาทจึงทรงตอบตกลงโดยไม่ลังเล
“ฝ่าบาท เรื่องราชกิจเป็นสิ่งที่พระองค์มิได้โปรดปราน องค์รัชทายาทเพียงต้องการแบ่งเบาภาระ ห่วงใยในพระองค์ นี่เป็นความกตัญญู มิควรทำให้บิดากับบุตรต้องแตกหักเช่นนี้”
เจ้ากรมพิธีการกราบทูลเสริมว่า “ขอพระองค์ทรงออกพระราชโองการเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
“ความกตัญญูงั้นหรือ? ฮ่าฮ่าฮ่า…”
เฉินจี๋หัวเราะราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในใต้หล้า น้ำตาของเขาไหลอาบแก้ม
เมื่อหยุดหัวเราะแล้ว จึงมองไปที่องค์ชายรัชทายาทพลางเอ่ยว่า “ลูกอกตัญญู…”
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ องค์ชายรัชทายาทก็ขัดขึ้นเสียก่อน “คนแก่ตายยาก เจ้ายังอยากมีลิ้นไว้พูดอีกหรือไม่?”
“ฮ่าฮ่า ใกล้ตายอยู่แล้ว ยังจะสนใจลิ้นอีกทำไม?”