ในฐานะบุตรชายคนโต พี่ใหญ่ฉินเจิ้นคือผู้ที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งสามของตระกูลฉิน
เพื่อที่จะซื้อใจตระกูลฉิน ฝ่าบาทจึงทรงมีรับสั่งให้ปรมาจารย์จากราชสำนักรับฉินเจิ้นเป็นศิษย์ตั้งแต่เขาอายุ 6 ขวบ คอยถ่ายทอดวิทยายุทธให้เป็นการส่วนตัว แล้วยังทรงอนุญาตให้เขาได้เข้าร่วมชั้นเรียนกับเหล่าองค์ชายและองค์หญิงในวังหลวงอีกด้วย
ฉินเจิ้นนั้นก็เป็นเด็กหนุ่มที่มุ่งมั่น เมื่ออายุได้ 16 ปี เขาก็สามารถคว้าตำแหน่งสูงสุดในการประลองยุทธ์ของกองทัพอวี้หลิน จนฮ่องเต้รงแต่งตั้งให้เขาเป็นหนึ่งในองครักษ์ประจำพระองค์
หลายปีผ่านไป ฉินเจิ้นได้รับการเลื่อนขั้นหลายครั้ง จนกลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ฮ่องเต้ทรงไว้วางพระทัยมากที่สุด
บิดาของฉินเจิ้นคือฉินเผิง อายุก็มากแล้ว เหล่าขุนนางในท้องพระโรงต่างก็มองออกว่าฮ่องเต้กำลังทรงเตรียมฉินเจิ้นให้เป็นทายาทสืบทอดตำแหน่งของฉินเผิง
ดังนั้นที่ผ่านมา ฉินเจิ้นจึงล้วนแต่โอหังลำพอง
น่าเสียดายที่จินเฟิงไม่ได้ตามใจเขา
ส่วนฉินจงพี่รองของฉินหมิง แม้ว่าจะได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากพี่ชายอยู่บ้าง แต่ก็ได้รับความเมตตาเช่นกัน ฮ่องเต้ทรงโปรดให้เขาไปอยู่ที่ตำหนักรัชทายาทเพื่อดูแลกองกำลังทั้งหกของตำหนักบูรพา
วันหน้าเมื่อรัชทายาทขึ้นครองราชย์ ฉินจงก็จะเป็นขุนนางผู้ติดตามรับใช้ มีฐานะสูงส่งอย่างไม่ต้องพูดถึง
ดังนั้นในบรรดาพี่น้องทั้งสาม ฉินหมิงผู้รับหน้าที่คุ้มกันองค์หญิงเก้า จึงเป็นคนที่ไม