“ข้าจะไปปราบชาวตงหมานเอง ส่วนตราอวี๋หลงนั้นไม่ต้องใช้ก็ได้” จินเฟิงกล่าว
แท้จริงแล้ว แม้องค์หญิงเก้าจะมิได้ส่งจดหมายมา หากชาวตงหมานบุกย่ำยีดินแดน จินเฟิงก็คงไม่สามารถนิ่งเฉย
เนื่องเพราะเป้าหมายของพวกตงหมานนั้นชัดเจน พวกมันประสบภัยจึงยกมาปล้นชิงแคว้นต้าคัง และหวังจะรุกรานราชสำนัก
เหล่าขุนนางในท้องพระโรงล้วนเห็นแก่ความปลอดภัยของตน คงยินยอมทำตามเงื่อนไขของพวกตงหมานถึงแปดในสิบส่วน
ส่วนทรัพย์สินเงินทองที่พวกขุนนางรับปากมอบให้ พวกมันคงไม่ยอมควักกระเป๋าตนเอง สุดท้ายก็ต้องตกเป็นภาระแก่ราษฎรอยู่ดี
บัดนี้แคว้นต้าคังกำลังยืนอยู่บนเส้นด้าย ราษฎรก็ตกอยู่ในความทุกข์ยากใกล้สิ้นชีวี
หากในยามนี้ราชสำนักมีบัญชาบรรเทาทุกข์แก่ราษฎร บางทีอาจต่อลมหายใจของแคว้นได้อีกครั้ง แต่หากยังคิดซ้ำเติมด้วยการเพิ่ม ภาษี แคว้นต้าคังมีแต่จะยิ่งปั่นป่วน เกิดกบฏโจรผู้ร้ายชุกชุมทั่วแผ่นดินดุจไฟสงครามที่โหมกระหน่ำ
ยามบ้านเมืองรุ่งเรืองราษฎรก็ยากแค้น ยามบ้านเมืองล่มสลายราษฎรก็ยากลำบาก
ถึงคราคลายความทุกข์ยาก ก็ยังคงเป็นราษฎรที่ต้องแบกรับ