ฉินเจิ้นยื่นจี้หยกให้แล้วบอกว่า “ฝ่าบาทมีรับสั่งว่าหากท่านอาจารย์เต็มใจช่วยต่อต้านชาวตงหมาน จะมอบตราอวี๋หลงนี้ให้ท่านอาจารย์ สิ่งนี้เป็นสัญลักษณ์บัญชาการทหารทั่วหล้า!”
จินเฟิงยังมิทันเอ่ยสิ่งใด ลั่วหลานและต้าหลิวที่ยืนอยู่ด้านข้างก็พลันหายใจติดขัด
“ฝ่าบาททรงไว้วางใจข้ายิ่งนัก”
จินเฟิงยิ้มน้อย ๆ มองตราอวี๋หลงในมือก่อนจะโบกมือปฏิเสธ “ขอบพระทัยฝ่าบาท แต่ข้าขอปฏิเสธ”
ตราอวี๋หลงฟังดูน่าเกรงขาม แต่ในสายตาของจินเฟิงกลับไร้ค่าสิ้นดี
อำนาจของราชวงศ์ต้าคังนั้นร่วงโรยมานานแล้ว กองทัพที่ล้อมรอบเมืองหลวงล้วนแต่เป็นบรรดานายน้อยไม่ได้ความควบคุมดูแล พวกเขาเหล่านั้นจะเชื่อฟังคำสั่งก็เห็นทีจะมีผีสาง
หากเป็นยามปกติ จินเฟิงชูธงของฝ่าบาทอาจจะยังพอมีหวังจัดการวินัยทางทหารได้บ้าง แต่นี่ชาวตงหมานรุกคืบมาถึงหน้าประตูเมืองแล้ว จะเอาเวลาที่ไหนไปจัดระเบียบวินัยทหารเล่า?
จะจัดการได้หรือไม่นั้นยังไม่ต้องพูดถึง แม้เขาจะจัดการได้จริง ศัตรูก็คงตีเมืองหลวงพังไปเสียก่อน
“เช่นนั้น ท่านอาจารย์หมายความว่าปฏิเสธข้อเสนอนี้หรือ?” ฉินเจิ้นขมวดคิ้วเล็กน้อย