หลังจากปะทะคารมกับจ้าวเข่อหรัน อย่างเผ็ดร้อน จ้าวเย่อเหรินก็ สะบัดแขนเสื้อกลับเรือนของตนทันที ทันทีที่เห็นนางกลับมา เสียนอวิ้นรีบ
เข้ามาถามด้วยความร้อนใจ
“คุณหนู เมื่อครู่ท่านไปไหนมาหรือเจ้าคะ บ่าวเพียงออกไปตักน้ํากลับ
มา ท่านก็หายไปเสียแล้ว”
เร็ว”
จ้าวเย่อเหรินไม่แม้แต่จะชายตามอง นางเอ่ยเสียงเย็น
“พอกลับถึงจวนไท่ อเมื่อใด จงส่งข่าวเรียกเสียนลั่วให้รีบกลับมาโดย
เสียนอนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เห็นสีหน้าคุณหนูจริงจังเช่นนี้ก็ไม่
กล้า กใช้ ได้แต่ก้มหน้ารับค่า
“เจ้าค่ะ”
“พอแล้ว เจ้าไปพักเถิด”
เสียนอวิ่นยังลังเล
“ให้บ่าวปรนนิบัติท่านก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ สีหน้าท่านไม่สู้ดีนัก”
“ไม่ต้อง!”
เสียงจ้าวเย่อเหรินกระด้างขึ้นทันที
“ข้าบอกให้ออกไป ก็ไป!”
เห็นนางเริ่มจะระเบิดโทสะ เสียนอวี้นจึงรีบถอยออกไป ห้องทั้งห้อง ตกอยู่ในความเงียบ ภายนอกจ้าวเข่อเหรินดูสงบนิ่ง ทว่าในอกกลับเดือด พล่านราวคลื่นซัดฝั่งไม่หยุด นางคิดไม่ออกเลยว่าผิดพลาดตรงใด เหตุใด เรื่องราวจึงพลิกผันเช่นนี้ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของจ้าวเข่อหรัน คนที่ นางเคยมองว่าอ่อนแอ ขลาดเขลา กลับกลายเป็นคนที่ซ่อนคมไว้ใต้ผ้าไหม ที่ แท้… ทั้งหมดเป็นเพียงการเสแสร้ง แววตาของจ้าวเข่อเหรินค่อย ๆ หรี่ลง
ความอามาตฉายวาบ
“ต่อให้เจ้าจะซ่อนเล็บไว้ลึกเพียงใด สุดท้ายก็ยังเป็นฝ่ายแพ้ข้าอยู่ดี”
ความแค้นวันนี้… นางจะต้องเอาคืน
หลังงานเลี้ยงฉลองวันเกิด หลายวันผ่าน