ไป ข่าวเหตุการณ์ในงานวัน เกิดของฮูหยินผู้เฒ่าฉินแพร่สะพัดไปทั่ววงสังคมชั้นสูงแห่งเมืองหลวง บุตรี ฝาแฝดแห่งจวนไท่ชือกลายเป็นหัวข้อสนทนา ค้า ลือ สายตา และการคาด เดา ล้วนใหลเวียนอย่างเงียบเชียบ แต่ทั้งหมดนั้น ไม่ได้สั่นคลอนชีวิตของ จ้าวเข่อหรันแม้แต่น้อย นางยังคงใช้ชีวิตอย่างสงบเยือกเย็น
ฤดูร้อนค่อย ๆ ผ่านพ้น ลมใบไม้ร่วงพัดเย็นสบาย จ้าวเข่อหรันและ จ้าวเข่อเหรินเริ่มไปเรียนงานปักกับจีนหมัวมัวที่จวนกั๋วกงฉินทุกเช้า งานปัก ไม่ใช่เรื่องยาก หญิงสาวแทบทุกคนล้วนเรียนรู้ตั้งแต่เยาว์วัย ชาติที่แล้ว จ้าวเข่อหรันเคยฝึกมาแล้ว ครานี้จึงยิ่งก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จนจีน มัวมัว ต้องมองนางด้วยสายตาชื่นชม
ชีวิตดูเหมือนสงบ แต่จ้าวเข่อหรันไม่เคยลดความระแวดระวัง เพราะ สิ่งหนึ่งที่เกิดขั้น เสียนลิ่วกลับมาแล้ว หากจ้าวเย่อเหรินคือพยัคฆ์ เสียนรั่วก็ คือสุนัขจิ้งจอกที่คอยวางแผนอยู่ข้างกาย นางผู้นี้เฉียบคมยิ่งกว่าเสีย นอวิ้นหลายเท่า เมื่อเสียนล้วกลับมา หมายความว่าอีกฝ่ายไม่มีวันยอมแพ้แน่
บ่ายวันหนึ่ง ณ เรือนชนฮุย
เสียงพิณกังวานใสลอยคลออากาศ จ้าวเข่อหรันนั่งบรรเลง “พิณหลิว
เยว่” อย่างเพลิดเพลิน พิณตัวนี้คือของขวัญจาก ชื่อ ชวี่ นับตั้งแต่ได้มา นางแทบไม่กล้านําออกใช้ เพราะมันล้ําค่าและสะดุดตาเกินไป วันนี้… นางอด ใจไม่ไหวจริง
เสียงสายพิณทอดยาวราวแสงจันทร์โปรยปราย แม่นมเยว่
หลงเอ๋อร์ ฉินเชียง และ อเชียง นั่งฟังเงียบ ๆ