ส่วนเด็กหญิงที่นางพามา ตอนนี้นางได้เข้าเรียนที่โรงเรียนกับเสี่ยวเอ๋อ ทั้งสองสนิทสนมกันราวกับเป็นพี่น้องร่วมสายโลหิต
เมื่อจินเฟิงได้ยินว่าเสี่ยวเอ๋ออยากได้สาวใช้มาปรนนิบัติ ก็ตำหนินางอย่างหนัก
ไม่เพียงแต่ไม่ให้สาวใช้กับนางเท่านั้น เขายังขอให้อาเพ่ยนำตัวองครักษ์หญิงมาคอยดูแลนาง คอยปลุกเสี่ยวเอ๋อตั้งแต่เช้าตรู่ให้ไปวิ่งรอบสนามกับเหล่าองครักษ์หญิง
ในช่วงเทศกาลปีใหม่ เป่ยเชียนสวินยังได้สอนวิชาหมัดมวยให้กับทั้งสองพี่น้อง โดยให้กวานเสี่ยวโหรวคอยกำกับดูแลให้ทั้งสองฝึกฝนอย่างน้อยครึ่งชั่วยามทุกวัน
ในตอนแรกเสี่ยวเอ๋อต่อต้านอย่างมาก แต่เมื่อรู้ว่าตนไม่สามารถขัดขืนได้ จึงต้องยอมรับโชคชะตาแต่โดยดี
เหตุการณ์นี้ทำให้จินเฟิงตระหนักว่าพวกเด็ก ๆ กำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการสร้างโลกทัศน์ในการดำเนินชีวิต ไม่ควรสอนเพียงการอ่านเขียนและคิดคำนวนเท่านั้น แต่ต้องเพิ่มการศึกษาแนวคิดและค่านิยมด้วย